TSB ปี’69 ลุยพัฒนาคุณภาพ ตั้งเป้าผู้โดยสาร 4.5 แสนคน/วัน

HoonSmart.com >> “ไทย สมายล์ บัส” (TSB)  กางแผนปี 69 “ปีแห่งการพัฒนาคุณภาพ” ชูโมเดล Green Mobility สู่เมืองอัจฉริยะ  ตั้งเป้าขยายฐานผู้โดยสารขึ้น 4.5 แสนคน/วัน รุกตลาด B2B/B2G ต่างจังหวัด

” กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา”  ซีอีโอ ศึกษาปรับโครงสร้างทุน เตรียมพร้อมเข้าตลาดหุ้น นำร่องระดมทุน “กรีน โทเคน” มูลค่า 500 ล้านบาท ขยายธุรกิจรถยนต์อีวี ไม่ประจำทาง หวังรัฐบาลใหม่ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม

 

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส  (TSB) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานไตรมาส 4/68 พลิกเป็นบวกครั้งแรก แม้ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะนโยบายรัฐ เช่น การใช้นโยบายอุดหนุนราคาขนส่งมวลชนประเภทอื่น ๆ ทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลง, การยื่นขอปรับปรุงใบอนุญาตเส้นทางที่ยังล่าช้า ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายจำนวน 16 เส้นทาง เพื่อเน้นการเชื่อมต่อ (Feeder) ปรับเส้นทางให้เหมาะสมกับการเดินทางของผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงไป ระหว่างย่านที่อยู่อาศัยพร้อมกับการเชื่อมต่อกับระบบรางให้เกิดความเป็นโครงข่ายที่สะดวกขึ้นสำหรับประชาชน

ปัจจุบัน TSB มีรถให้บริการและรถหมุนเวียน 2,350 คัน  ซึ่งใช้งานบริการ 1,600 คัน/ วัน ปีที่ผ่านมาผู้โดยสารเฉลี่ย 3.5 แสนคน/วัน และแตะระดับ 3.7-4 แสนคนในวันธรรมดา ปีนี้มีแผนปรับรถใช้งานเป็น 2,000 คัน/วัน เพื่อเพิ่มผู้โดยสาร แตะ 4.3 แสน-4.5 แสนคน/วัน

ยุทธศาสตร์ปี 2569: ปีแห่งการพัฒนาคุณภาพ (Year of Quality Development)

นางสาวกุลพรภัสร์ ซีอีโอ กล่าวว่า  เป้าหมายของ TSB ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการเดินรถ แต่กำลังก้าวสู่การเป็น Tech Company ด้านขนส่งที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน (Sustainability) ทุกมิติ โดยมีหัวใจสำคัญคือแนวคิด IDG หรือ Inner Development Goals

“เป้าหมายการพัฒนาภายใน” คือ “Mindset” พฤติกรรมการขับรถ การให้บริการ และความรับผิดชอบต่อสังคม ให้กัปตันเมล์ไทยภูมิใจในอาชีพ อยากออกไปให้บริการด้วยรอยยิ้มเหมือนที่คนไทย ชื่นชมประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นอาชีพกัปตันเมล์ของไทย จะได้รับเกียรติและคุณค่าเช่นเดียวกัน”

นอกจากพัฒนาคุณภาพของคนให้บริการดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ใช้ เทคโนโลยี เข้ามาสร้างการเดินทางที่สะดวกสบาย ด้วยแอปพลิเคชัน TSB Go Plus+ เวอร์ชันใหม่ ที่จะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ มีความแม่นยำกว่าเดิม เพิ่มฟังก์ชันใหม่ สร้างประสบการณ์ที่ผู้ใช้ขนส่งสาธารณะ สามารถบริหารจัดการการเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมระบบ Loyalty Program นำระบบสะสมแต้มรักษ์โลกเข้ามาใช้ ให้ผู้โดยสารสามารถนำสิทธิประโยชน์ไปใช้กับพาร์ทเนอร์อื่น ๆ สร้างความคุ้มค่ามากกว่าแค่การเดินทาง

ขยายฐานธุรกิจ B2B และ B2G สร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจขนส่งพลังงานสะอาด

ด้านการขยายฐานธุรกิจ B2B และ B2G เป็นอีกก้าวสำคัญของ TSB ที่กำลังปรับโครงสร้างรายได้ให้มั่นคงขึ้น ลดการพึ่งพาค่าโดยสารเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีความผันผวนตามนโยบายรัฐ โดยรุกงานบริหารจัดการเดินรถให้องค์กรต่าง ๆ อาทิ สถาบันการศึกษา ที่เราสามารถคว้างานบริการรถ Shuttle ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พร้อมกับขยายงาน ต่างจังหวัด รถขนส่งประจำจังหวัดกับ อบจ. ต่างๆ เช่น เชียงใหม่, น่าน และลำพูน

สัดส่วนเป้าหมายสัดส่วนรายได้ปี 2569 พอร์ตของ TSB จะแบ่งเป็นตั๋วโดยสาร 80%, งานจ้างเหมาบริการ (B2B/B2G) 12% และโฆษณา 8% ภายใต้ฐานรายได้และจำนวนผู้โดยสารที่มากขึ้นในระดับ 450,000 คน/วัน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เสียงสะท้อนถึงรัฐบาลใหม่ “สร้างการแข่งขันที่เท่าเทียม”

“อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ขนส่งมวลชนไทยยังไม่ไปถึงจุดสูงสุด คือ ต้นทุนที่สวนทางกับราคาค่าโดยสาร จึงอยากส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ใน 3 ประเด็น การแข่งขันที่เป็นธรรม TSB ไม่เคยมองว่าขนส่งมวลชนทุกบริษัท ทุกประเภท เป็นคู่แข่ง เพราะต้องการเป็นโครงการเดินทาง ให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ขณะเดียวกันรัฐต้องดูแลให้เกิดการแข่งขันที่เสมอภาค โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการอุดหนุนงบประมาณจากภาษี (Subsidy) ที่อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านราคา เพราะเมื่อใดเกิดความต่างด้านราคา แต่ไร้ซึ่งคุณภาพการให้บริการ ปัญหาต่างๆ จะตามมามากขึ้น” ซีอีโอ กล่าวและว่า

ในฐานะผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ จึงหวังเห็นการลดภาระต้นทุน เสนอให้รัฐพิจารณาลดภาษีพลังงาน หรือ ค่าธรรมเนียม พรบ. สำหรับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ เพื่อให้มีงบประมาณไปพัฒนาคุณภาพรถได้โดยไม่ต้องขึ้นค่าโดยสาร และสุดท้ายคือ การจัดการรถผิดกฎหมาย เร่งจัดการปราบปรามรถเถื่อนหรือรถที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งตัดราคาผู้ประกอบการที่เข้าระบบอย่างถูกต้อง

“เราไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่ง แต่เรามองว่าระบบขนส่งคือโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนควรเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ปี 69 จะเป็นปีที่เราพิสูจน์ว่า รถเมล์ไฟฟ้าไทยสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตคนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืน หากได้รับการสนับสนุนนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ”

ซีอีโอ กล่าวทิ้งท้ายว่า มีแผนนำบริษัท ฯ เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ภายหลังปรับโครงสร้างทุนเสร็จ โดยแผนการใช้เงินลงทุนปีนี้ 1,500 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาเงินกู้ยืม และการออก “กรีน โทเคน” มูลค่า 500 ล้านบาท  เป้าหมายเพื่อนำเงินลงทุนขยายการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า ที่ไม่เกี่ยวกับรถสาธารณะ