HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีทำสถิติสูงสุด เพิ่มขึ้น 1.81% ทะลุระดับ 5,000 จุด ส่วนตลาดโตเกียวเพิ่มขึ้นอย่างมากจากที่ร่วงลงติดต่อกัน 5 วัน หลังตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมืองและการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปที่คลี่คลายลง
ในตลาดหลัก Prime Market หุ้นที่นำการปรับตัวขึ้น ได้แก่ กลุ่มธนาคาร กลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด และกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า
ข้อมูลจากรัฐบาลญี่ปุ่นที่เผยแพร่เช้าวันนี้ระบุว่า ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ในปี 2025 โดยทั้งปี ญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 2.65 ล้านล้านเยน (17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลงเกือบ 53% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การส่งออกเพิ่มขึ้น 3.1% ขณะที่การนำเข้ายังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เพิ่มขึ้นน้อยกว่า 1% สำหรับเดือนธันวาคม ญี่ปุ่นเกินดุลการค้า 105.7 พันล้านเยน (669 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ณ เวลา 9.49. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 53,760.85 จุด เพิ่มขึ้น 986.21 จุด, +1.87%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ปรับขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีท หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ถอนคำขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศในยุโรปกรณีเกาะกรีนแลนด์
ทรัมป์ยังกล่าวในการประชุมเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอสว่า จะไม่ใช้กำลังเพื่อเข้าครอบครองเกาะในแถบอาร์กติก ซึ่งเป็นการคลายความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหาร และกล่าวว่าเขาได้ วางกรอบข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ร่วมกับเลขาธิการนาโต มาร์ค รุตเต
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้นำการปรับตัวขึ้นของภูมิภาค ทำสถิติสูงสุด โดยเพิ่มขึ้น 1.81% ทะลุระดับ 5,000 จุด หุ้นกลุ่มชิปปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่ Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia Corp. กล่าวว่าต้องมีการลงทุนหลายล้านล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลก หุ้น Disco Corp. ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ของ Nvidia พุ่งขึ้น 17% ขณะที่ Samsung Electronics Co. เพิ่มขึ้น 3.5%
หุ้นผู้ผลิตแบตเตอรี่ Samsung SDI พุ่งขึ้น 13.27% ขณะที่กลุ่มบริษัท Doosan เพิ่มขึ้น 9% และหุ้นยักษ์ใหญ่ Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 3.14% ดัชนี Kosdaq ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นขนาดเล็ก เพิ่มขึ้น 1.5%
เศรษฐกิจของเกาหลีในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมหดตัว 0.3% เมื่อเทียบรายไตรมาส ซึ่งเป็นการหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเติบโต 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปีชะลอตัวลงเหลือ 1% ซึ่งอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ที่ผลผลิตหดตัวลง 0.7% ในช่วงการระบาดใหญ่
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,118.30 จุด เพิ่มขึ้น 1.366 จุด, +0.03%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 26,541.51 จุด ลดลง 43.55 จุด, -0.16%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5,017.4 จุด พิ่มขึ้น 107.47 จุด, +2.19%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 31,787.06 จุด พิ่มขึ้น 540.69 จุด, +1.73%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนมีนาคมไม่เปลี่ยนแปลง ซื้อขายที่ 60.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมีนาคมลดลง 0.04 ดอลลาร์ หรือ 0.06% ซื้อขายที่ 65.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
