HoonSmart.com>> สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า จีนกำลังตัดช่องทางความได้เปรียบสำคัญของกลุ่มนักลงทุนที่ใช้วิธีการซื้อขายแบบ High-Frequency Trade หรือ HFT โดยการสั่งย้ายเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเหล่านี้ออกจากศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ของตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ จากการเปิดเผยของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ตลาดซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ในเซี่ยงไฮ้และกวางโจว เป็นหนึ่งในกลุ่มที่สั่งให้โบรกเกอร์ท้องถิ่นย้ายเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้าออกจากศูนย์ข้อมูลที่บริหารโดยตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้เป็นการนำโดยหน่วยงานกำกับดูแล การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่บริษัทที่ซื้อขายแบบ HFT เท่านั้น แต่กลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด
โดยตลาดซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Futures Exchange) ได้แจ้งให้โบรกเกอร์นำอุปกรณ์ของกลุ่มลูกค้าความเร็วสูงออกภายในสิ้นเดือนหน้า ส่วนลูกค้ารายอื่นให้ดำเนินการภายในวันที่ 30 เมษายน
การกวาดล้างครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อบริษัทที่ลงทุนแบบ HFT ในจีน รวมถึงบริษัทระดับโลกหลายแห่งที่ดำเนินธุรกิจในประเทศ เช่น Citadel Securities, Jane Street Group และ Jump Trading ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ในครั้งนี้
การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลต่อความได้เปรียบด้านความเร็วที่นักลงทุนที่ลงทุนแบบ HFT และกองทุน Quant ใช้ในการเอาชนะคู่แข่งมาอย่างยาวนาน การตั้งเซิร์ฟเวอร์ไว้ในศูนย์ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์โดยตรงช่วยให้ส่งคำสั่งซื้อขายได้เร็วกว่าผู้อื่นเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งในตลาดที่ทุกมิลลิวินาทีมีค่า นับเป็นความได้เปรียบมหาศาล
แม้บริษัทเหล่านี้จะไม่สามารถวางเซิร์ฟเวอร์กับตลาดหลักทรัพย์ได้โดยตรง แต่ก็ทำผ่านโบรกเกอร์ท้องถิ่นที่เสนอสิทธิพิเศษนี้เพื่อดึงดูดธุรกิจ แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า โบรกเกอร์ชาวจีนบางรายกำลังย้ายเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้าที่มีการซื้อขายความถี่สูงออกจากศูนย์ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น
หน่วยงานกำกับดูแลของจีนกำลังมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “ความเท่าเทียม” ให้กับนักลงทุนทุกกลุ่มและสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด หลังจากที่ดัชนีหุ้นพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา
หน่วยงานกำกับดูแลได้ปรับกฎระเบียบเกี่ยวกับการซื้อขายมาร์จินให้เข้มงวดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการกู้เงินในการลงทุน นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบการซื้อขาย ETF บางรายการโดยผู้ดูแลสภาพคล่องในตลาดต่างประเทศด้วย
ทันทีที่มีข่าวนี้ออกมา หุ้นจีนปรับตัวลดลงทันที โดยดัชนี CSI 300 ที่เคยบวกเกือบ 1% ร่วงลงสู่แดนลบ ขณะที่ราคาทองแดงในตลาดฟิวเจอร์สเซี่ยงไฮ้ลดลงประมาณ 1% หลังจากที่ก่อนหน้านี้บวกไป 0.6%
ตลาดซื้อขายล่วงหน้ามีแผนเบื้องต้นที่จะ เพิ่มความหน่วง (Latency) อีก 2 มิลลิวินาที สำหรับเซิร์ฟเวอร์ใดก็ตามที่เชื่อมต่อมาจากห้องคอมพิวเตอร์ของบุคคลภายนอก ซึ่งความล่าช้านี้จะเพิ่มขึ้นจากเวลาที่เสียไปจากการต้องย้ายเซิร์ฟเวอร์ออกไปไกลจากตลาดหลักทรัพย์ด้วย
สำหรับนักลงทุนทั่วไป เวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาทีอาจไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง แต่สำหรับกลยุทธ์การเทรดแบบ HFT ในดัชนีหุ้น พันธบัตรแปลงสภาพ หรือสินค้าโภคภัณฑ์ อาจทำให้กลยุทธ์บางอย่างไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปหากไร้ซึ่งความเร็ว
นักลงทุนที่ใช้กลยุธ์ HFT อาจต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ และมีแนวโน้มที่จะลดความถี่ในการซื้อขายลงในระยะสั้น ซึ่งจะส่งผลให้ค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์และค่าบริการเช่าพื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์ลดลงตามไปด้วย” Shen Meng ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการลงทุน Chanson & Co. ในปักกิ่งกล่าว อย่างไรก็ตาม ได้กล่าวอีกว่า ในอนาคตนักลงทุน HFT จะ “เดินหน้าออกแบบโซลูชันใหม่ๆ ต่อไป” ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบขั้นสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น
ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่ากรอบเวลาและรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะถูกนำมาบังคับใช้ในรูปแบบเดียวกันทั้งหมดในทุกโบรกเกอร์และทุกตลาดหลักทรัพย์หรือไม่
กองทุน Quant ของจีนมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 1.7 ล้านล้านหยวน (2.44 แสนล้านดอลลาร์) ณ เดือนมิถุนายน 2567 จากการประเมินของ Citic Securities Co.,
ตลาดหลักทรัพย์ของจีนกำหนดนิยามของ HFT ว่าเป็นการสั่งซื้อและยกเลิกคำสั่งซื้อมากกว่า 300 ครั้งต่อวินาทีผ่านบัญชีเดียว หรือมากกว่า 20,000 คำขอในวันเดียว สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีนระบุว่า บัญชีประเภทนี้ลดลง 20% ในปี 2567 เหลือประมาณ 1,600 บัญชี ณ วันที่ 30 มิถุนายนของปีนั้น
ความพยายามในการผลักดันกลุ่ม HFT ออกจากศูนย์ข้อมูลกลางสะท้อนถึงความไม่สบายใจของรัฐบาลปักกิ่งที่มีต่อบริษัทเหล่านี้มานานหลายปี แม้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด แต่ก็ได้เปรียบด้านการส่งคำสั่งซื้อขายที่นักลงทุนรายย่อยทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งความเคลื่อนไหวลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นในประเทศอื่นอย่าง ไทย ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ประกาศคุมเข้มกฎเกณฑ์การเทรดความถี่สูงเมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนเช่นกัน
เมื่อสองปีก่อน หน่วยงานกำกับดูแลได้ออกกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นอัตโนมัติ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังขู่ว่าจะขึ้นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ค้าความถี่สูง แม้จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ
เจ้าหน้าที่ในประเทศอื่นๆ ก็ได้ดำเนินการเพื่อจำกัดข้อได้เปรียบของนักลงทุนที่ใช้ HFT เช่นกัน เมื่อปีที่แล้ว ตลาดหลักทรัพย์ของไทยกล่าวว่าจะเข้มงวดกฎระเบียบเกี่ยวกับการซื้อขาย HFT ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการในวงกว้างเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตลาด
