HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้ปรับตัวลดลง นักลงทุนขายทำกำไรหลังดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นมากกว่า 2,100 จุดในช่วงสองวันทำการที่ผ่านมาปิดนิวไฮวันก่อน “ตลาดหุ้นเอเชีย” เคลื่อนไหวไปคนละทิศทาง “จีน-เกาหลีใต้” บวก สวนทาง “ฮ่องกง-ไต้หวัน” ลดลง นักลงทุนยังคงประเมินความเสี่ยงและพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ปรับลดลง เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นมากกว่า 2,100 จุดในช่วงสองวันทำการที่ผ่านมา และปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันก่อนหน้า หุ้นเกือบทุกภาคส่วนอ่อนตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ส่งออกและหุ้นเทคโนโลยี
นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับจีน
ในตลาด Prime Market กลุ่มที่นำการปรับตัวลง ได้แก่ กลุ่มอุปกรณ์ขนส่ง กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน และกลุ่มไฟฟ้าและก๊าซ
เวลา 9.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 156.65-69 เยน เทียบกับ 156.63-73 เยนในนิวยอร์ก และ 156.32-34 เยนในโตเกียว เวลา 17.00 น. ของวันอังคาร
ณ เวลา 9.22 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 52,235.3 จุด ลดลง 282.78 จุด, -0.54%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกมีทั้งปรับขึ้นและปรับลง โดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในเอเชียอ่อนตัวลงหลังการปรับตัวขึ้นติดต่อกันสองวัน ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวนในภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนยังคงประเมินความเสี่ยงและพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์หลังจากการโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ และการย้ำอีกครั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการเข้าซื้อกรีนแลนด์
คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับซีเอ็นบีซีเมื่อวันอังคารว่า ทรัมป์และทีมงานกำลังพิจารณาทางเลือกหลากหลายเพื่อเข้าซื้อกรีนแลนด์ ซึ่งรวมถึงการใช้กองทัพสหรัฐฯ
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นที่ลดลงฉุดดัชนี MSCI Asia Pacific ปรับตัวลงตามไปด้วย หลังจากที่ปรับตัวขึ้นติดต่อกันสี่วันจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
บริษัทด้านการป้องกันประเทศของญี่ปุ่น Kawasaki Heavy Industries ลดลง 1.1% ส่วนในเกาหลีใต้หุ้น Korea Aerospace ลดลง 1.62% ขณะที่ Poongsan ลดลง 4.98% และ Hanwha Aerospace ลดลง 1.76%
ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างญี่ปุ่นกับจีน ซึ่งเป็นสองประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกำลังเป็นประเด็นสำคัญในภูมิภาคนี้ จีนได้กำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าไปยังญี่ปุ่นที่มีศักยภาพในการนำไปใช้ทางการทหาร ซึ่งเป็นการเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ
กระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารว่า สินค้าที่ใช้ได้สองทางทุกชนิดถูกห้ามส่งออกไปยังญี่ปุ่นเพื่อใช้ในทางการทหาร โดยมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งรายการสินค้าควบคุมการส่งออกของรัฐบาลมีมากกว่า 800 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่สารเคมี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเซ็นเซอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้ในอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือและการบินและอวกาศ
ในเอเชีย ความสนใจยังพุ่งไปที่ค่าเงินด้วย ค่าเงินเปโซของฟิลิปปินส์อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากธนาคารกลางส่งสัญญาณว่าจะลดอัตราดอกเบี้ย และขณะที่นักลงทุนประเมินท่าทีของธนาคารกลางต่อการอ่อนค่าของเงินเปโซ
ค่าเงินเปโซอ่อนค่าลงมากถึง 0.2% สู่ระดับ 59.34 ต่อดอลลาร์ในวันพุธ ซึ่งต่ำกว่าระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เดิมที่ 59.26 ซึ่งเคยทำไว้เมื่อปลายเดือนตุลาคม
ข้อมูลเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ที่จะประกาศในปลายสัปดาห์นี้จะเป็นบททดสอบว่านักลงทุนจะยังคงมองข้ามความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลาหรือไม่
ขณะเดียวกัน ทิศทางของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นที่จับตาอย่างต่อเนื่อง หลังจากบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งได้เปิดเผยข้อมูลอัปเดตในงานแสดงสินค้า CES ที่ลาสเวกัส
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 4,088.00 จุด เพิ่มขึ้น 4.33 จุด, +0.11%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 26,497.07 จุด ลดลง 213.38 จุด, -0.8%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 4,559.1 จุด เพิ่มขึ้น 33.62 จุด, +0.74%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 30,359.85 จุด ลดลง 216.45 จุด, -0.71%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 0.78 ดอลลาร์ หรือ 1.37% ซื้อขายที่ 56.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมีนาคมลดลง 0.61 ดอลลาร์ หรือ 1.00% ซื้อขายที่ 60.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ ลดลง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯกล่าวว่าเวเนซุเอลาจะส่งมอบน้ำมันดิบจำนวน 30 ถึง 50 ล้านบาร์เรลให้แก่สหรัฐฯ
———————————————————————————————————————————————————–

