ศูนย์วิจัยทองคำชี้ทองคำสัปดาห์นี้ “ขาขึ้น” 3 ปัจจัยต่างประเทศหนุนราคา

HoonSmart.com>>ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดผลสำรวจ GRC Gold Survey ระบุผู้เชี่ยวชาญ 62% นักลงทุน 73% มองราคาทองคำในประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จาก 3 ปัจจัยต่างประเทศหนุน ขณะที่ราคาทองคำแท่งปิดสัปดาห์ล่าสุดที่ 64,950 บาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ยังได้แรงหนุนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ FED

ศูนย์วิจัยทองคำ เผยผลสำรวจ GRC Gold Survey จาก 13 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำระหว่างวันที่ 5–9 ม.ค. 2569 พบว่า ผู้เชี่ยวชาญตลาดทองคำ 62% มองราคาทองคำในประเทศมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ 15% คาดว่าจะลดลง และอีก 23% มองว่าราคาจะทรงตัวใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ด้านนักลงทุนรายย่อยจำนวน 336 ราย มีถึง 73% เชื่อว่าราคาทองคำจะปรับขึ้น ขณะที่ 19% คาดว่าจะลดลง และ 8% มองว่าราคาจะใกล้เคียงเดิม

ด้านสถาการณ์ราคาทองคำ ราคาทองคำแท่ง 96.5% ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ สัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบ 64,550–66,650 บาทต่อบาททองคำ ก่อนปิดที่ 64,950 บาท ลดลง 1,550 บาทจากสัปดาห์ก่อนหน้า

3 ปัจจัยหนุนที่ต้องติดตาม
1. ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศยังคงเป็นแรงหนุนต่อราคาทองคำ หลังสหรัฐฯ มีท่าทีแข็งกร้าวต่อเวเนซุเอลา ส่งผลให้ความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ปัญหาในฉนวนกาซา และความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครนที่ยืดเยื้อ ยังคงเพิ่มความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจโลก และสนับสนุนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
2. นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ตลาดยังคงให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ FED จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือน มีนาคม 2569 และอาจมีการปรับลดเพิ่มเติมในช่วงปลายปี ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีและระดับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง ปัจจัยเหล่านี้ยังคงเป็นแรงสนับสนุนต่อแนวโน้มราคาทองคำในระยะถัดไป
3. รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นและมุมมองต่อเงินเฟ้อของผู้บริโภค (เบื้องต้น) สำหรับเดือน มกราคม 2569, ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ, ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน, การจ้างงานนอกภาคเกษตร, อัตราการว่างงานของเดือน ธันวาคม 2568 รวมทั้งข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ทั้งผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงให้น้ำหนักฝั่ง “บวก” ต่อราคาทองคำในสัปดาห์นี้ โดยมีปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของ FED