HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้พุงกว่า 2% ในวันซื้อขายวันแรกปี 69 “ตลาดหุ้นเอเชีย” ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนเพิ่มการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีต่อเนื่อง มองข้ามปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในวันนี้ (5 มกราคม 2569 ) ซึ่งเป็นวันซื้อขายวันแรกของปี 2026 โดยดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นกว่า 2% ด้วยแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ของสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และการซื้อหุ้นกลุ่มผู้ส่งออกเนื่องจากค่าเงินเยนอ่อนลง
ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei 225 เพิ่มขึ้น 1,102.55 จุด หรือ 2.19% จากวันอังคารที่แล้ว มาอยู่ที่ 51,442.03 จุด ขณะที่ดัชนี Topix เพิ่มขึ้น 54.08 จุด หรือ 1.59% มาอยู่ที่ 3,463.05 จุด หลังจากแตะระดับสูงสุดระหว่างวัน
ตลาดการเงินของญี่ปุ่นปิดทำการตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมาเนื่องในวันหยุดปีใหม่
ในตลาดหลัก (Prime Market) หุ้นที่นำการปรับตัวขึ้น ได้แก่ กลุ่มเครื่องจักร กลุ่มโลหะที่ไม่มีเหล็กผสม และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า
เวลา 9.00 น.ตามเวลาญี่ปุ่น ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอยู่ที่ 156.98-157.02 เยน เมื่อเทียบกับ 156.81-91 เยนในนิวยอร์กเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันศุกร์
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งวัดความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน 6 สกุล ปรับตัวขึ้น 0.1% อยู่ที่ 98.55 เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน
ณ เวลา 9.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 51,714.53 จุด เพิ่มขึ้น 1,375.05 จุด, +2.73%
ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกในวันซื้อขายวันแรกของปี 2026 ปรับตัวขึ้นทั้งภูมิภาค สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนเพิ่มการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ต่อเนื่องจากการปรับตัวขึ้นของบริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) เมื่อปีที่แล้ว และมองข้ามปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเตรียมพร้อมสำหรับสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศในการซื้อขายเต็มสัปดาห์แรกของปี
นักลงทุนกำลังประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สุดสัปดาห์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสหรัฐฯ สามารถจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาได้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า เขาจะนำเวเนซุเอลามาอยู่ภายใต้การบริหารของสหรัฐฯ ชั่วคราว
นีล เชียริง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Capital Economics กล่าวว่า การปลดประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาโดยสหรัฐฯ นั้น ไม่น่าจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก แต่ผลกระทบทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์จะส่งผลสะเทือนไกล”
ดัชนีหุ้นมาตรฐานของ MSCI สำหรับภูมิภาคนี้ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 1.5% โดยบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ เช่น Samsung Electronics Co. เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์ ดัชนีตลาดเกิดใหม่ก็แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน
ในตลาดเกาหลีใต้ดัชนี Kospi พุ่งขึ้น 2.19% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,420.92 จุด หุ้นบริษัท Hanwha Aerospace ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 4% ในขณะที่หุ้น Poongsan ปรับตัวสูงขึ้น 3%
ด้านราคาน้ำมันผันผวน เนื่องจากตลาดน้ำมันประเมินผลกระทบจากการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา และการลงมติของกลุ่ม OPEC+ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพื่อคงปริมาณการผลิตน้ำมันไว้เท่าเดิม
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยหลังจากร่วงลงมากถึง 1.2% ในช่วงต้นของการซื้อขายในเอเชีย ภายหลังการเคลื่อนไหวขับไล่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำพุ่งขึ้นมากถึง 2% สู่ระดับกว่า 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาโลหะเงินพุ่งขึ้นมากถึง 4.8%
แม้ว่าเวเนซุเอลาจะไม่ใช่หนึ่งใน 20 ประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุด แต่การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันและผลกระทบด้านเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจนั้น ถือเป็นความเสี่ยงสำหรับตลาด
จุง อิน ยุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fibonacci Asset Management Global ในสิงคโปร์ กล่าวว่า การจับกุมมาดูโรอาจสร้างความรู้สึกไม่มั่นใจในตลาดเอเชียในระยะสั้น โดยส่วนใหญ่เกิดจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่คิดว่าสถานการณ์จะบานปลายไปสู่ภาวะช็อกด้านน้ำมันในระยะยาว และน่าจะเป็นเพียงปัจจัยฉุดรั้งความเชื่อมั่นในระยะสั้นเท่านั้น
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,997.59 จุด เพิ่มขึ้น 28.75 จุด, +0.71%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 26,410.57 จุด เพิ่มขึ้น 72.1 จุด, +0.27%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 4,417.84 จุด เพิ่มขึ้น 108.21 จุด, +2.51%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 30,068.69 จุด เพิ่มขึ้น 718.88 จุด, +2.45%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 0.03 ดอลลาร์ หรือ 0.05% ซื้อขายที่ 57.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.03 ดอลลาร์ หรือ 0.05% ซื้อขายที่ 60.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

