ดาวโจนส์ปิดส่งท้ายปีร่วง 303 จุด

HoonSmart.com>> ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามดัชนีหลักปิดลบส่งท้ายปี ดาวโจนส์ร่วง 303 จุด ปรับตัวลดลงเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน ขณะที่ทั้งปี 2025 ทั้งสามดัชนีบวกด้วยเลขสองหลัก ด้าน “ราคาน้ำมันดิบ” ร่วง ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบเล็กน้อย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 31 ธันวาคม 2568 รวมทั้ง ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ปรับลดลงเป็นวันที่สี่ติดต่อกันในช่วงการซื้อขายวันสุดท้ายของปี 2025 ที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญ แต่ทั้งสามดัชนีหลักปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ ซึ่งเป็นผลมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัท หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ต่อเนื่อง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,063.29 จุด ลดลง 303.77 จุด, -0.63%

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,845.50 จุด ลดลง 50.74 จุด, -0.74%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,241.99 จุด ลดลง 177.09 จุด, -0.76%

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นด้วยเลขสองหลัก 16.39% ติดต่อกันเป็นปีที่สาม และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% เป็นปีที่สามติดต่อกันเช่นกัน ส่วนดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 12.97% ถือเป็นการฟื้นตัวที่ดีจากการร่วงลงอย่างหนักในช่วงต้นเดือนเมษายน หลังจากการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดัชนี S&P 500 เกือบจะปิดตัวลงสู่ภาวะตลาดหมีในบางช่วง โดยลดลงเกือบ 19% จากจุดสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ และปิดต่ำกว่า 5,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2024

กระทรวงแรงงานรายงานการยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 ธันวาคม ว่ามีจำนวน 199,000 ราย ลดลง 16,000 ราย ต่ำกว่า 220,000 รายที่นักวิเคราะห์คาด
ถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน และตัวเลขที่ลดลงมากกว่าคาด ทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม เป็นระยะเวลานานขึ้นในปีหน้า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อ่อนตัวในช่วงกลางของการซื้อขาย และดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ แม้ว่าจะยังคงลดลง 9% ในรอบปีมากที่สุดในรอบ 8 ปีก็ตาม

การปรับตัวลงของตลาดทำให้นักลงทุนค่อนข้างวิตกต่อการไม่เกิด Santa Claus rally หรือการปรับขึ้นช่วงห้าวันทำการสุดท้ายของปี และสองวันแรกของปีถัดไป ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ให้ผลตอบแทนดีตามฤดูกาลเพราะผลักดันราคาหุ้นให้สูงขึ้นอีกครั้งก่อนสิ้นปี

เหตุผลที่ไม่เกิด Santa Claus rally เบรนแดน ฟาแกน นักกลยุทธ์มหภาคจาก Markets Live เชื่อว่า เมื่อใกล้สิ้นปีความอยากเสี่ยงลดลงบ้าง ส่วนโรแบร์โต โชลเตส หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ของ Singular Bank กล่าวว่า ท่ามกลางผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมของตลาดหุ้นตลอดทั้งปี และสถานะโดยรวมที่ใกล้ระดับสูงสุดของวัฏจักรในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนอาจเริ่มทำกำไรและปรับสถานะการลงทุนแล้ว

ในปีนี้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นในปีนี้จากความเชื่อมั่นในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Alphabet ทำผลงานได้ดีกว่ากลุ่ม “Magnificent 7” โดยราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 65% ในปี 2025 ตามมาด้วย Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ ตามมาเป็นอันดับสอง โดยราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 39%

ในหุ้นกลุ่ม S&P 500 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลทั้งสี่ ได้แก่ SanDisk, Western Digital, Micron Technology และ Seagate Technology ครองตำแหน่งสี่อันดับแรก

แนวโน้มสำหรับปี 2026 ดูจะสดใสขึ้น นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นทุกคนที่บลูมเบิร์กติดตามต่างคาดการณ์ว่าหุ้นจะพุ่งขึ้นเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่มาก เช่น การเติบโตของ AIอาจชะงัก เศรษฐกิจอาจพลิกผัน และประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ

ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็เป็นประเด็นสำคัญในปีหน้าเช่นกัน โดยความเห็นที่แตกต่างภายในธนาคารกลางที่เกิดขึ้นในปี 2025 มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง รวมทั้งประธานคนใหม่เข้ามาแทนที่เจอโรม พาวเวลล์ ในช่วงกลางปี

สำหรับความเคลื่อนไหวหุ้นรายตัวในวันสุดท้ายของปี หุ้น Nike พุ่งขึ้น 4% หลังผู้บริหารทั้ง Tim Cook ,Robert Holmes Swan และ Elliott Hill ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่าได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัทมูลค่าราว 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หุ้น Berkshire Hathaway ลดลง 0.08% จากการก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของ Warren Buffett อย่างเป็นทางการ ความสนใจอยู่ที่ความไม่แน่นอนของแผนการสืบทอดตำแหน่ง ซึ่งจะมีผลต่อพอร์ตการลงทุนในหุ้นมูลค่า 300 พันล้านดอลลาร์

ปี 2025 เป็นปีที่โดดเด่นสำหรับโลหะมีค่า โดยเฉพาะทองคำและเงินที่ทำผลงานได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 โดยทองคำพุ่งขึ้น 64% ในปี 2025 ถือว่าปรับขึ้นได้ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979 ที่ทองคำเพิ่มขึ้น 113.61% และปรับขึ้นเป็นปีที่สามติดต่อกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดช่วงขาขึ้น 12 ปีที่จบลงในปี 2012

ส่วนโลหะเงินเพิ่มขึ้น 144% นับตั้งแต่ต้นปี ปรับขึ้นดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979 ซึ่งพุ่งขึ้น 468.48%

ตลาดยุโรปปิดลดลงเล็กน้อยในวันซื้อขายวันสุดท้ายของปี 2025 แต่ทำผลงานได้ดีที่สุด นับตั้งแต่ปี 2021 โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง การกระตุ้นเศรษฐกิจของเยอรมนี และการโยกย้ายเงินทุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ที่มีราคาสูง

ตลาดเยอรมนี อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ปิดทำการไปแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ในฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักรปิดทำการเร็วกว่าปกติ

ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 592.19 จุด ลดลง 0.59 จุด หรือ -0.10%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 9,931.38 จุด ลดลง 9.33 จุด หรือ -0.09%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,149.50 จุด ลดลง 18.65 จุด หรือ -0.23%

ในปี 2025 ดัชนี STOXX 600 ปรับขึ้น 16.66%

กลุ่มธนาคารและกลุ่มป้องกันประเทศเป็นผู้นำอย่างชัดเจนในการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นยุโรป โดยกลุ่มธนาคารดันดัชนีให้สูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้น 67% ในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997 จากการฟื้นตัวของการทำธุรกรรม สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เป็นมิตรมากขึ้น และภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างทรงตัว

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศก็ทำสถิติสูงสุดใหม่หลายรอบในปี 2025 แม้ลดลงเล็กน้อย ตั้งแต่เดือนตุลาคมก็ตาม กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 56.5% ในปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากคำมั่นสัญญาที่จะเพิ่มงบประมาณด้านการทหารทั่วทั้งภูมิภาค

นักลงทุนขยายการลงทุนออกไปนอกสหรัฐอเมริกา โดยมองหาตลาดที่ถูกกว่าในยุโรป เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการค้าของทำเนียบขาวและสัญญาณเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

กลุ่มสื่อเป็นทำผลงานได้แย่ที่สุดในปี 2025 โดยลดลง 15% เนื่องจากความต้องการโฆษณาที่ซบเซา ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของกำไร อย่างไรก็ตาม เจ.พี. มอร์แกน ระบุว่าสาเหตุที่ผลงานต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เกิดจากความกังวลของนักลงทุนที่ผิดที่ผิดทางและการมองข้ามจุดแข็งในภาคส่วนต่างๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในวันพุธ หุ้นส่วนใหญ่ปิดตัวลงในแดนลบ โดยดัชนีค้าปลีกลดลง 0.3%

ขณะที่สินค้าส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน และสินค้าหรูหราต่างเพิ่มขึ้น 0.2% การซื้อขายยังคงซบเซาก่อนวันหยุดปีใหม่

ปี 2025 ตลาดหุ้นหลักส่วนใหญ่ของยุโรปปิดบวก แต่สเปนโดดเด่นเป็นพิเศษ ดัชนี IBEX เพิ่มขึ้นเกือบ 50% ทิ้งห่างตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคไปไกล ดัชนี CAC 40 ในตลาดฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นประมาณ 10.4% ซึ่งน้อยที่สุดในบรรดาตลาดหุ้นขนาดใหญ่ เนื่องจากความผันผวนทางการเมือง ความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่แย่ลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวัง

ดัชนี DAX ของเยอรมนีเพิ่มขึ้นประมาณ 23% ได้รับแรงหนุนจากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล ตั้งแต่การกระตุ้นเศรษฐกิจไปจนถึงการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ตรงเป้าหมาย ดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 22% ในปี 2025 และปรับขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ห้า

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 53 เซนต์ หรือ 0.91% ปิดที่ 57.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 48 เซนต์ หรือ 0.78% ปิดที่ 60.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ในปี 2025 น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ร่วงลงเกือบ 20% ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงราว 19% ซึ่งถือเป็นการลดลงรายปีเป็นเปอร์เซ็นต์มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 และเป็นการปรับลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ซึ่งยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์