HoonSmart.com>> ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 214 จุด แรงหนุนหุ้น Nvidia ผู้นำด้าน AI ราคาพุ่ง ผสมข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส นักลงทุนยังจับตาข้อตกลงการค้าที่อาจเกิดขึ้นกับสหรัฐฯ ด้าน “ราคาน้ำมันดิบ” ปรับตัวเพิ่มขึ้น ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดทรงตัว
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average: DJIA) วันที่ 3 มิถุนายน 2568 ปิดที่ 42,519.64 จุด เพิ่มขึ้น 214.16 จุด หรือ +0.51% โดยได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้น Nvidia ซึ่งเป็นผู้นำด้าน AI และข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อตกลงการค้าที่อาจเกิดขึ้นกับสหรัฐฯ
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,970.37 จุด เพิ่มขึ้น 34.43 จุด, +0.58%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 19,398.96 จุด เพิ่มขึ้น 156.34 จุด, +0.81%
หุ้น Nvidia และหุ้นชิปอื่นๆ ขับเคลื่อนการพุ่งขึ้นของตลาด ราคาหุ้น Nvidia พุ่งขึ้นเกือบ 3% ต่อเนื่องจากวันจันทร์ แซงหน้า Microsoft ในด้านมูลค่าตลาด และกลับมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกอีกครั้งที่ 3.444 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดของ Microsoft ยู่ที่ 3.441 ล้านล้านดอลลาร์ หุ้น Broadcom และ Micron Technology พุ่งขึ้นมากกว่า 3% และ 4% ตามลำดับ การพุ่งขึ้นล่าสุดนี้ได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ขณะที่นักลงทุนบางส่วนเชื่อว่านโยบายการค้าของทรัมป์ไม่น่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งเป็นปัญหาที่เคยส่งผลกระทบต่อตลาดมาก่อน
แดน ไอเวส นักวิเคราะห์ของ Wedbush Securities กล่าวว่า ข่าวเกี่ยวกับการวางแผนการพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ถือเป็นเรื่องดี สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน และNvidia เป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด
ตลาดยังได้รับแรงหนุน จากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใส โดยสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานรายงานผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS)ว่า การเปิดรับสมัครงานเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นเกินคาด แม้มีการปรับขึ้นภาษีศุลกากร โดยเพิ่มขึ้นเป็น 7.391 ล้านตำแหน่ง จาก 7.2 ล้านตำแหน่งในเดือนมีนาคมและสูงกว่า 7.1 ล้านตำแหน่งที่นักวิเคราะห์คาด นอกจากนี้อัตราการจ้างงานยังเพิ่มขึ้นด้วย แสดงให้เห็นว่าตลาดงานยังคงอยู่ในสถานะที่มั่นคง รายงานชุดนี้มีขึ้นก่อนรายงานการจ้างงานเดือนพฤษภาคม ซึ่งกำหนดจะเผยแพร่ในวันศุกร์
ข้อมูล JOLTS ที่แข็งแกร่ง ช่วยชดเชยข้อกังวลที่ OECD ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลก โดยอ้างถึงผลกระทบของนโยบายการค้าของทรัมป์ต่อการลงทุนและความเชื่อมั่น OECD คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยลดลงจากการเติบโต 2.8% เมื่อปีที่แล้ว เหลือเพียง 1.6% ในปีนี้และ 1.5% ในปี 2026
OECD เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อบรรลุข้อตกลงเพื่อลดอุปสรรคทางการค้า มีรายงานว่าทรัมป์กำลังเร่งรัดให้คู่ค้าเสนอ “ข้อเสนอที่ดีที่สุด” ภายในวันพุธ เนื่องจากเส้นตายสำหรับการใช้มาตรการภาษี reciprocal” tariffs ใกล้จะมาถึงแล้ว แต่ความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับประเทศสำคัญๆ ดูเหมือนจะหยุดชะงักลง ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงคุกรุ่น
นายราฟาเอล บอสติก ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขามองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปีนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่ก็ตาม
หุ้น Dollar General พุ่งขึ้นกว่า 15% ในการซื้อขายภาคบ่าย หลังจากที่บริษัทปรับเพิ่มการคาดการณ์ทั้งปี และผลประกอบการไตรมาสล่าสุดก็ดีกว่าที่คาดไว้
ตลาดหุ้นยุโรปปิดแทบไม่ขยับ นักลงทุนชะลอการซื้อขายภายใต้แรงกดดัน 2 ด้าน ทั้ง ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความวิตกกังวลเกี่ยวกับการค้าโลก
ในด้านข้อมูลเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อที่ลดลงทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งขณะนี้ต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางยุโรปอย่างน่าสบายใจ ทำให้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเชิงรุก
ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ธนาคารกลางยุโรปได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 7 ครั้ง และตลาดเงินมองว่ามีโอกาส 100% ที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในวันพฤหัสบดี ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของภูมิภาคลดลงเหลือ 2%
เทรดเดอร์ยังมองว่าจะมีการผ่อนคลายเพิ่มเติม โดยคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.55% หรือปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ในครั้งละ 0.25% รวมถึงการจะปรับลดในวันพฤหัสบดี
พันธบัตรอายุ 10 ปีของเนเธอร์แลนด์แตะระดับสูงสุดในรอบการซื้อขายที่ 2.745% ท่าม กลางการเทขายอย่างหนักเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทั่ว
ทั้งประเทศ
หุ้นกลุ่มสื่อลดลง 1.1% ต่อเนื่องมาจากช่วงก่อนหน้า หุ้นกลุ่มทรัพยากรพื้นฐานลดลง 0.8% สอดคล้องกับราคาทองแดง
หุ้น UBS พุ่งขึ้น 5.3% หลังจากที่ Jefferies ปรับเพิ่มน้ำนักการลงทุนจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”
หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1% สูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเกือบ 1%
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 548.44 จุด เพิ่มขึ้น 0.52 จุด, +0.09%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 8,787.02 จุด เพิ่มขึ้น 12.76 จุด, +0.15%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,763.84 จุด เพิ่มขึ้น 26.64 จุด, +0.34%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,091.62 จุด เพิ่มขึ้น 160.95 จุด, +0.67%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.42% ปิดที่ 63.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1.55% ปิดที่ 65.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

