ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 338 จุด เฟดไม่ระบุกรอบเวลาลด QE

HoonSmart.com>> ตลาดหุ้นสหรัฐฯ บวก ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่ง 338 จุด ขานรับผลประชุมเฟด ไม่ได้ระบุกรอบเวลาลด QE ส่วนดอกเบี้ยปรับขึ้นเร็วสุดปีหน้า ด้านตลาดหุ้นยุโรป ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average:DJIA) วันที่ 22 กันยายน 2564 ปิดที่ 34,258.32 จุด เพิ่มขึ้น 338.48 จุด หรือ 1.00% หลังจากที่ประชุมธนาคารกลาง (เฟด) ไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนในการปรับลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างเร็วสุดในปีหน้า

ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 4,395.64 จุด เพิ่มขึ้น 41.45 จุด,+0.95%

ดัชนี Nasdaq ปิดที่14,896.85 จุด เพิ่มขึ้น 150.45 จุด, +1.02%

แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า หากมีการฟื้นตัวในวงกว้างตามที่คาด คณะกรรมการก็เห็นว่าการเริ่มลดวงเงินซื้อพันธบัตรอาจจะเริ่มขึ้นในเร็วๆนี้ ซึ่งวงเงิน QE ปัจจุบันมีจำนวน 120,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน

นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.00-0.25% ขณะที่รายงาน dot plot แสดงให้เห็นว่ากรรมการ 9 ใน 18 รายคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2022 เพิ่มขึ้นจาก 7 รายในการประชุมเดือนมิถุนายน

นักวิเคราะห์จาก Bleakley Advisory Group ระบุว่า แม้จะประกาศการลดซื้อพันธบัตรที่อาจจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน แต่ก็เฟดก็ไม่ได้เริ่มวันนี้ สะท้อนว่าคณะกรรมการยังคงนโยบายการเงินผ่อนคลาย

ตลาดปรับตัวขึ้นหลังจากนายเจอโรม พาวเวลล์ประธานเฟด กล่าวว่า เงินเฟ้อได้เป็นไปตามที่คาดและคณะกรรมการหลายรายเชื่อว่าการจ้างงานเป็นไปตามคาดเช่นกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดพร้อมที่จะเริ่มยกเลิกมาตรการกระตุ้น

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้น โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ เพิ่มขึ้น 2.56% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกาเพิ่มขึ้น 2.61% หุ้นเจพีมอร์แกน เพิ่มขึ้น 1.9% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ เพิ่มขึ้น 2.54%

ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากบริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ประกาศว่า จะชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ในประเทศ ทำให้นักลงทุนคลายกังวล แต่ก็ยังคาดว่าอาจจะผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์ที่ส่วนใหญ่ถือครองโดยนักลงทุนต่างประเทศ

สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ (NAR) รายงาน ยอดขายบ้านมือสองเดือนสิงหาคมลดลง 2% มาที่ระดับ 5.88 ล้านยูนิต ต่ำกว่า 5.89 ล้านยูนิต ที่นักวิเคราะห์คาด

ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดยกลุ่มธนาคารที่เพิ่มขึ้น 3.1% หลังจากนักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับกรณีปัญหาหนี้ของบริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ ผู้พัฒนาตลาดบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จีน ขณะเดียวกันนักลงทุนรอผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 463.20 จุด เพิ่มขึ้น 4.52 จุด, +0.99%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,083.37 จุด เพิ่มขึ้น 102.39 จุด, +1.47%

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,637.00 จุด เพิ่มขึ้น 84.27 จุด, +1.29%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,506.74 จุด เพิ่มขึ้น 158.21 จุด, +1.03%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 1.74 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 72.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 1.83 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 76.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล