‘หุ้น-บาท’ แกร่ง สูงก่อนช่วงล็อกดาวน์ ตปท.ทุ่มซื้อ 6 พันลบ. เชียร์ไปต่อ

HoonSmart.com>>หุ้นไทยทะยานขึ้นแรงกว่าภูมิภาค ดัชนีพุ่ง 2% ปิด 1,478 จุด กลับไปยืนเหนือก่อนช่วงล็อกดาวน์มี.ค. ค่าเงินบาทแข็งสุดรอบ 11 เดือน ต่างชาติซื้อหุ้นหนักมือ 6,688 ล้านบาท “เจ.พี.มอร์แกน-เครดิตสวิส” เพิ่มน้ำหนักไทย เมย์แบงก์ฯแนะเล่นหุ้นขนาดใหญ่ ไหลตามเม็ดเงินเข้ากลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี-แบงก์  เสียงเตือนอิเล็กทรอกนิส์แพงเกินไป DELTA-KCE ราคานิวไฮ  ดีบีเอสฯมองแบงก์ยังขึ้นน้อยกว่าตลาด 

ตลาดหุ้นวันที่ 8 ธ.ค. 2563 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,478.92 จุด พุ่งขึ้น 29.09 จุด หรือ +2.01% มูลค่าการซื้อขาย 123,462.49 ล้านบาท ทั้งนี้ดัชนีที่พุ่งแรง ปิดเหนือระดับสูงสุดของเดือนพ.ย. ที่ 1,437.78 จุด และสูงสุดของเดือนมิ.ย.ที่ 1,438.66 จุด แต่ยังไม่ถึงจุดสูงสุดของเดือนก.พ.ที่ 1,539.84 จุด

ส่วนค่าเงินบาท ปิดที่ 30.09 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าสุดในรอบ 11 เดือน นำสกุลภูมิภาค รับเงินทุนไหลเข้า

นักลงทุนต่างประเทศซื้อหุ้น 6,688.08 ล้านบาท และบัญชีหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 62.90 ล้านบาท ด้านนักลงทุนไทยทิ้ง 5,192.75 ล้านบาท สถาบันไทยขาย 1,558.23 ล้านบาท ส่วนตลาดตราสารหนี้บลจ. ซื้อสุทธิ 22,986 ล้านบาท ต่างชาติ ขายสุทธิ 4,107 ล้านบาท

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยขึ้นได้ดีกว่าตลาดภูมิภาค ปัจจัยหนุนมาจากสภาพคล่องที่มีมากในตลาด พัฒนาการที่ดีขึ้นของวัคซีน เงินดอลลาร์ที่อ่อนลง และค่าเงินไทยแข็งขึ้น ทำให้มีเม็ดเงินลงทุนออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย และเข้าไปยังสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น จากการที่ได้อัตราผลตอบแทนดีกว่า  แนวโน้มตลาดวันที่  9 ธ.ค. 63 คาดว่า แกว่งตัวมีแนวโน้มปรับขึ้น ให้กรอบแนวรับและแนวต้านที่ 1,460-1,500 จุด

ส่วนกลยุทธ์แนะนำเล่นหุ้นขนาดใหญ่ตามแนวโน้มเงินไหลเข้า เน้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และแบงก์ ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว รวมถึงหุ้นในกลุ่มที่มีโอกาสปรับขึ้นตามกลุ่มใหญ่ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง

“หุ้นเด่น ได้แก่ KBANK เป้าหมาย 140 บาท ,TMB ที่ 1.40 บาท ,PTT ที่ 46 บาท ,SAWAD ที่ 65 บาท ,ADVANC ที่ 229 บาท ,CPALL ที่ 79 บาท และ SCC ที่ 430 บาท ส่วนกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากราคาปรับขึ้นไปมาก ถึงแม้ว่าแนวโน้มกำไรจะดีก็ตาม”นายวิจิตรกล่าว

ด้านนายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า ดัชนีทะลุแนวต้านสำคัญที่ 1,455 จุด มีโอกาสในการปรับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่บริเวณ 1,500 จุด  ปัจจัยหนุนมาจากพัฒนาการวัคซีนที่ดีขึ้น และประเทศไทยเป็นประเทศที่รับอานิสงส์มากที่สุด เนื่องจากพึ่งพาภาคท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีกระแสเงินไหลเข้าหุ้นไทยมากขึ้น

” กลุ่มพลังงาน กลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มแบงก์ จะขับเคลื่อนตลาด ส่วนกลุ่มที่คิดว่าจะมีโอกาสขึ้นตาม ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มค้าปลีก กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่มีกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง  เรามองว่าตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้น หุ้นทุกกลุ่มปรับขึ้นหมด” นายวีระวัฒน์ กล่าว

บล.ฟินันเซียฯ ให้หุ้นเด่น KBANK ที่ 144 บาท ,TISCO ที่ 102 บาท ,KKP ที่ 60 บาท และ PTTGC ที่ 69 บาท ในส่วนกลยุทธ์ประจำเดือน ธ.ค.  ให้หุ้น HANA ที่ 46 บาท ,JWD ที่ 10 บาท ,SYNEX ที่ 17 บาท ,TVO ที่ 39 บาท และ MTC ที่ 70 บาท

บล.คิงส์ฟอร์ด มองตลาดหุ้นได้แรงหนุนจากเงินไหลเข้า ขณะที่เจ.พี.มอร์แกนและเครดิตสวิส ได้ปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยประเมินเศรษฐกิจ มีแนวโน้มฟื้นตัวดีรับข่าวบวกวัคซีน