ACE กำไรกระโดดขึ้น 2-3 พันล. ปี 64-65 บล.ไทยพาณิชย์ชี้เป้าราคา 5 บาท

HoonSmart.com>>บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) (ACE) จัดเป็นหุ้นเติบโตสูงและจ่ายเงินปันผลทุกปี ประกาศผลงานโดดเด่นมากในปี 2563 มีกำไรสุทธิ 1,508 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดดถึง 85% และหนทางข้างหน้ายังคงสดใสอีกยาวไกล บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ คาดว่าในปี 2564 จะมีกำไรสุทธิ 2,107 ล้านบาท เติบโตเฉียด 40% และจะพุ่งขึ้นอีก 57% แตะ 3,308 ล้านบาทในปี 2565 จากการวิเคราะห์เฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในมือเท่านั้น ยังไม่รวมโอกาสจากโครงการใหม่ๆที่จะเข้ามาจากหลายทิศทาง ท่ามกลางการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนตามนโยบายรัฐบาลที่กำลังวางแผนพลังงานแห่งชาติ 20 ปีและกระแสรักษ์โลก

ACE เป็นหนึ่งในผู้นำโรงไฟฟ้าชีวมวล สร้างสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) ในปี 2563 โชว์กำไรสุทธิจำนวน 1,508 ล้านบาท เติบโต 693 ล้านบาท หรือพุ่งขึ้น 85% จากปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิ 815 ล้านบาท เป็นการตอกย้ำถึงการเติบโตก้าวกระโดดอย่างสม่ำเสมอนับตั้งแต่ปี 2560-2563 ปีละ 149% 64% 49% และ 85% ตามลำดับเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับรายได้ และที่สำคัญอัตรากำไรขั้นต้นก็เพิ่มขึ้นทุกปีสำหรับโรงไฟฟ้าทุกประเภทที่บริษัทดำเนินงาน ทั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลที่เพิ่มขึ้นจาก 35.1% เป็น 37.9% โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นจาก 27.9% มาอยู่ที่ 30.2% โรงไฟฟ้าขยะเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 52.4 % และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่มขึ้นจาก 7 % เป็น 50% สะท้อนถึงฝีมือและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ถูกทางถูกเวลา อาศัยจุดเด่นที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมสุดยอด ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการบริหารต้นทุนทางการเงินลดลง สร้างความแข็งแกร่งให้กับกิจการอย่างมั่นคง

“ACE โดดเด่นเรื่องการเติบโต เพราะมีการเติมกำลังการผลิตใหม่ๆ เข้ามาตลอด ทั้งการซื้อกิจการ การร่วมลงทุนทั้งโครงการในและต่างประเทศ รวมถึงการเข้าร่วมประมูลโครงการ โดยบริษัทสามารถพัฒนาโครงการได้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ภายใต้การบริหารต้นทุนและการควบคุมประสิทธิภาพการผลิต ผ่านการจัดหา บริหารจัดการเชื้อเพลิงและการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องยาวนานมากขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น”

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในปี 2564 ยังจะมีข่าวดีให้ติดตามตลอดเวลา เชื่อว่าเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้ง 1,000 เมกะวัตต์ (MW)  อาจจะถึงเร็วกว่าที่กำหนดไว้ในปี 2567 ก็เป็นไปได้ ส่วนโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 บริษัท ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 26.9 เมกะวัตต์ที่ซื้อมาจากบริษัทเอื้อวิทยา และโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชน เทศบาลเมืองกระบี่ที่เพิ่งส่งรายได้เข้าบริษัทในปลายปีที่ผ่านมาก็สามารถเก็บเกี่ยวรายได้และกำไรเต็มปีนี้ ปัจจุบันบริษัทมีโรงไฟฟ้าที่เปิด COD แล้ว 245.91 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 203.66 เมกะวัตต์ รวมเป็นกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น 449.57 เมกะวัตต์

นักวิเคราะห์ต่างมองเห็นจุดเด่นของ ACE

บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์วิเคราะห์ว่า ปี 2564 คาดว่า ACE จะมีกำไรสุทธิเติบโต 39.72% และทะยานต่อ 57% ในปี 2565 โดยมีรายได้รวมปีนี้ 7,147 ล้านบาทและปีหน้าจำนวน 10,314 ล้านบาท สร้างกำไรจากการดำเนินงานที่มีความแข็งแกร่ง

ผลงานที่คาดไว้สูงพิจารณาจากการดำเนินงานเต็มปีของกำลังการผลิตที่เพิ่มเข้ามาและการเริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างกำลังการผลิตรวม 12 เมกะวัตต์  เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปี 2563 นอกจากนี้ยังมีโรงไฟฟ้า SPP ไฮบริด 1 โรง ขนาด 20MW มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) 20 ปี รวมถึงโอกาสในการลงนามใน PPA ของโรงไฟฟ้า SPP ไฮบริดเพิ่มภายในครึ่งปีแรกและโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนที่อาจจะประกาศภายในกลางปี 2564 ซึ่งหลักๆ เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าขยะ

นอกจากนี้ ACE ยังมีจุดเด่น เรื่องอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่อยู่ในระดับตํ่าเมื่อเทียบกับ 0.3 เท่า ณ สิ้นปี 2563 และหุ้นซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น( P/E) ประมาณ 11 เท่าสำหรับปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่โครงการที่ยืนยันทั้งหมดจะเปิดดำเนินการอย่างเต็มที่

“เราให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้น ACE มากกว่าตลาด และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 5 บาท/หุ้น จากการมองแนวโน้มการเติบโตของบริษัท โดยยังไม่ได้รวมโครงการใหม่ในอนาคต” บล.ไทยพาณิชย์ระบุ

ด้าน บล.ฟินันเซียไซรัส ยังคงแนะนำซื้อหุ้น ACE ให้ราคาเป้าหมาย 4.80 บาท คาดว่ากำไรสุทธิปี 2564-2566 จะเร่งตัวขึ้นเท่ากับ 1,248 ล้านบาท 2,467 ล้านบาท และ 2,643 ล้านบาทตามลำดับ ได้รับการสนับสนุนจากโครงการใหม่หลายโครงการ นอกจากนี้บริษัทจะเพิ่มขีดความสามารถผ่านการเข้าซื้อกิจการและการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่อง 150 MW ที่กำลังจะเกิดขึ้นของรัฐบาล รวมถึงโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่คาดจะเปิดประมูลในครึ่งปีแรก จำนวน 356 MW

ACE ยังเหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาว ด้วยจุดเด่นที่เป็น Growth Stock ที่อยู่ในเทรนด์สำคัญของโลก เรื่องพลังงานสะอาดและเป็นบริษัทที่เป็นผู้นำ ซึ่งมีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในกลุ่มโรงไฟฟ้าชีวมวล และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ล่าสุด กำไรสุทธิปี 2563 คณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 0.018 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 มี.ค. เพื่อจ่ายเงินวันที่ 13 พ.ค. 2564 ไม่รวมเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายแล้ว หุ้นละ 0.030 บาท รวมทั้งปีให้ผลตอบแทนหุ้นละ 0.048 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 488 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 74.51% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการประจำปี 2563 สูงกว่านโยบายเงินปันผลของบริษัทฯที่ประกาศจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ โดยรวมเงินปันผล 0.048 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 1.32% เมื่อเปรียบเทียบกับราคาหุ้นที่ประมาณ 3.62 บาท

ขณะที่บล.ไทยพาณิชย์คาดว่ากำไรในปีนี้ที่จะเติบโตขึ้นมาก ทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลได้เพิ่มขึ้นเป็นหุ้นละ 0.06 บาท และ 0.10 บาท ในปี 2565-2566 อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.6% ต่อปี