ดาวโจนส์ปิดดิ่งแรง 1,833 จุด ขายหุ้นชิป-AI กังวลเจอกฎเกณฑ์เข้ม

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามดัชนีหลักปิดร่วงแรง ดาวโจนส์ดิ่ง 1,833 จุด กว่า 3.44% ดัชนี Nasdaq -5.52% แรงขายหุ้นชิป-หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเนื่อง กังวลธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์จะชะลอตัว จากกฎระเบียบด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้มงวด “ราคาน้ำมันดิบ” ปรับเพิ่มขึ้น ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบ

ตลาดหุ้นสหรัฐ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ปิดร่วงแรง นักลงทุนยังคงขายหุ้นชิปและหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์(AI) ต่อเนื่อง ด้วยความกังวลว่าธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์จะชะลอตัว จากกฎระเบียบด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้มงวด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 51,523.06 จุด ลดลง 1,833.06 จุด, -3.44%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,353.73 จุด ลดลง 334.89 จุด, -4.36%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,314.997 จุด ลดลง 1,421.516 จุด, -5.52%

ดัชนี Nasdaq Composite ปิดตัวร่วงหนัก ทำสถิติลดลงมากที่สุดในรอบ 19 เดือน และอยู่ในช่วงปรับฐานอย่างชัดเจน เนื่องจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปร่วงลงจากความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบด้าน AI ที่เข้มงวดขึ้น หลังจากพรรคเดโมแครตได้ครองเสียงข้างมากในรัฐสภาสหรัฐฯ

ชัยชนะของพรรคเดโมแครตทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในวันอังคาร รวมถึงในรัฐที่มีการต่อต้านศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่ากฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอาจทำให้การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้หุ้นพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในปีนี้นั้น ชะลอตัวลง

บริษัทผู้ผลิตชิป Broadcom และ Nvidia ร่วงลง 10% และ 9% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นซอฟต์แวร์ Oracle ลดลงเกือบ 7% หุ้นชิปอีกตัวหนึ่งคือ Qualcomm รายงานผลประกอบการที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ร่วงลง 9% เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอเกินกว่าที่คาดไว้

กองทุน iShares Semiconductor ETF ลดลงมากกว่า 12% ซึ่งเป็นวันที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ในเดือนมีนาคม 2020

หุ้นบริษัท neocloud ก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดย CoreWeave สูญเสียไปเกือบ 10% Nebius และ Iren ร่วงลงประมาณ 15% และเกือบ 17% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการต่อต้านอุตสาหกรรมจากผลการเลือกตั้งในรัฐต่างๆ

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า นักลงทุนเริ่มตระหนักว่ามีสมาชิกสภาคองเกรสและผู้ว่าการรัฐต่างๆที่ได้รับเลือกตั้งจ้องที่จะชะลอการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ AI แม้ดูแล้วว่าจะไม่สามารถระงับทั้งหมดได้ แต่หากมีการชะลอตัว ก็ทำให้เกิดความกังวล เพราะความก้าวหน้าของAI ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุน

หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่นๆ ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน จากที่พุ่งขึ้นเมื่อวันพุธ โดยหุ้น Meta Platforms ร่วงลง 4% ส่วนหุ้น Amazon.com และ Alphabet ต่างปรับตัวลดลง 2.2%

แรงขายอย่างหนักยังกระจายไปยังกลุ่มอื่นๆทั่วตลาด หุ้นยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรม Caterpillar ลดลง 6% หุ้น JPMorgan ลดลงl 4%. หุ้น Boeing และหุ้น Nike ต่างลดลลง 2%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนประเมมินแนวโน้มอุตสาหกรรมหลังจากพรรคเดโมแครตคว้าชัยครอววเสียงข้างมากในสภาคองเกรสสหรัฐในการเลือกตั้งกลางเทอม บวกกับกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันปะเทศยังอ่อนตัวลงต่อเนื่อง

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 654.87 จุด ลดลง 2.53 จุด, -0.38%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,782.66 จุด ลดลง 46.55 จุด, -0.43%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,205.37 จุด เพิ่มขึ้น 27.48 จุด, +0.34%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,325.01 จุด ลดลง 112.66 จุด,-0.43%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ลดลง 3.2% สู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองเดือน โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับชิปเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงหนักที่สุดในดัชนี STOXX 600 โดยหุ้น Soitec ร่วงลง 16.7% ขณะที่หุ้น Infineon ลดลง 8.5% และหุ้น Aixtron ลดลง 9.8% ส่วน ASML ซึ่งเป็นหุ้นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม AI ปรับตัวลดลง 6.6% และหุ้น Siltronic ร่วงลง 12.3%

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า นักลงทุนสลับการลงทุนออกจากกลุ่มเทคโนโลยีไปนอกกลุ่มเทคโนโลยีและออกจากตลาดหุ้นสหรัฐไปตลาดอื่น หลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่พรรคเดโมแครตกวาดที่นั่งส่วนใหญ่

แนวโน้มที่ไม่แน่นอนกระทบหุ้นกลุ่มเทคดฯโลยีทั่วโลกจากความกังวลวว่า การกำกับดูแลที่เข้มงวดต่อการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์อาจะทำให้การใช้จ่ายในการพัฒนา AI ชะลอตัว แม้นักวิเคราะห์มองว่าคำสั่งซื้อที่มีอยู่เดิมจะไม่ได้รับผลกระทบ

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ลดลง 2.6% โดยได้รับแรงกดดันจากการที่ราคาหุ้นของ Rheinmetall ร่วงลง 16.1% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์ยอดขายปี 2026 ลงเป็นครั้งที่สองในรอบสามเดือน

นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับตัวขึ้นยังมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนเพราะยุโรปพึ่งพิงพลังงานสูง ขณะที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์สงครามอิหร่าน

หุ้นสายการบิน Air France-KLM เพิ่มขึ้น 12% หลังรายงานผลการดำเนินงานไตรมาสสามดีกว่าคาด หุ้นพลังงานทางเลือก Orsted เพิ่ม 3.5% หลังรายงงานผลการดำเนินแข็งแกร่ง

Aker BP ลดลง 5.6% หลัง BP ขายหุ้น 5% ในบริษัท

ในอังกฤษ ธนาคารกลางอังกฤษปรัขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี และเตือนว่าอาจจะปรับขึ้นอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้ง หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยืดเยื้อ

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ หรือ 2.72% ปิดที่ 90.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 3.67 ดอลลาร์ หรือ 3.88% ปิดที่ 98.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
———————————————————————————————————————————————————–