HoonSmart.com>>คปภ. เปิดตัวแคมเปญ “พลิกวิกฤตฝุ่น สู่ลมหายใจที่ยั่งยืน” ปักหมุดจังหวัดสระบุรี Sandbox แห่งแรก ใช้หลัก ESG แก้ PM2.5 ปกป้องเศรษฐกิจจังหวัดมูลค่า 2.52 แสนล้านบาท ชี้ภาคอุตสาหกรรมครองสัดส่วน 63.5% ต้องเร่งคุมความเสี่ยงสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนประกันภัย จาก “ผู้จ่ายค่าชดเชย” สู่ “พันธมิตรบริหารความเสี่ยงเชิงป้องกัน”ผ่านกรอบ 6S
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้มอบหมายให้ น.ส.วสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “พลิกวิกฤตฝุ่น ด้วยนวัตกรรม พลังชุมชนและประกันภัย สู่ลมหายที่ยั่งยืน” ณ ตลาดหัวปลี จังหวัดสระบุรี โดยมี นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมผนึกความร่วมมือกับจังหวัดสระบุรี โมเดลสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) ภาคอุตสาหกรรมประกันภัย และโครงการชุมชนพิทักษ์ป่า (Forest Guardians) เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนบทบาทภาคประกันภัยในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างความตระหนักรู้ ลดแหล่งกำเนิดมลพิษ และส่งเสริมการบริหารความเสี่ยงเชิงป้องกัน เพื่อยกระดับการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการสร้างความรู้สู่การลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่
น.ส.วสุมดี กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศ ประจำปี 2569 ซึ่งต่อยอดจากการสัมมนาในไตรมาสแรก หัวข้อ “จากฝุ่นสู่ความเสี่ยง บทบาทประกันภัยในยุค PM2.5” สู่การขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงรุกในระดับพื้นที่ เนื่องจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แต่ยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อชีวิต ทรัพย์สิน เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน การแก้ปัญหาจึงต้องดำเนินควบคู่กันทั้งการลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การป้องกันภัย และการเสริมสร้างความพร้อมให้ชุมชนสามารถรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกจังหวัดสระบุรีเป็นพื้นที่ขับเคลื่อนมีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงการจัดการสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ปี 2567 ระบุว่า จังหวัดสระบุรีมีมูลค่า GPP รวม 252,149 ล้านบาท โดยภาคการผลิตอุตสาหกรรมมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 63.5 ของเศรษฐกิจจังหวัด สะท้อนถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจควบคู่กับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม อย่างรับผิดชอบ ทั้งการลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างความร่วมมือกับชุมชน เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืน
เสวนาหัวข้อ “พลิกวิกฤตฝุ่นด้วยนวัตกรรม พลังชุมชน และประกันภัยสู่ลมหายใจที่ยั่งยืน (Be a part of SOLUTION… Not POLLUTION)” โดยผู้แทนจาก Saraburi Sandbox โครงการชุมชนพิทักษ์ป่า และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม พลังความร่วมมือของชุมชน และบทบาทของภาคประกันภัยในการบริหารความเสี่ยง พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อป “นวัตกรรมทำแนวกันไฟ สู้ภัยไฟป่าด้วยพลังชุมชน” เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการป้องกันไฟป่าในระดับพื้นที่
น.ส.วสุมดี กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมต้องไม่หยุดอยู่เพียงการสร้างความตระหนักรู้ แต่ต้องนำไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและสามารถประเมินผลได้ สำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยจึงมุ่งยกระดับบทบาทจากการให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดความเสียหาย สู่การเป็น “พันธมิตรด้านการบริหาร ความเสี่ยง” ที่ร่วมสนับสนุนการป้องกันและลดความสูญเสียตั้งแต่ต้นทาง ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และเครือข่ายชุมชน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยถ่ายทอดแนวคิดสู่การดำเนินงานผ่านแนวทางสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ SMART AIR ส่งเสริมการจัดการคุณภาพอากาศ STAY HEALTHY ใส่ใจสุขภาพ SUSTAINABLE LIVING สร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืน SAFE COMMUNITY เสริมความปลอดภัยให้ชุมชน SHARED PROTECTION ผนึกพลังการคุ้มครอง และ STRONGER TOGETHER สร้างความเข้มแข็งผ่านความร่วมมือ เพื่อผลักดันให้การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน
สำนักงาน คปภ. มุ่งหวังให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการนำแนวคิด ESG มาสู่การปฏิบัติจริง ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในองค์กร การลดแหล่งกำเนิดมลพิษ ไปจนถึงการเสริมศักยภาพชุมชนในการป้องกันไฟป่า พร้อมตอกย้ำบทบาทของภาคประกันภัยในการร่วมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเปลี่ยนจากการรอรับมือเมื่อเกิดความเสียหาย สู่การป้องกันก่อนเกิดความสูญเสีย เพื่ออากาศที่ดี ชุมชนที่เข้มแข็ง และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
