HoonSmart.com>>ประกันภัยยืนยัน ทรัพย์สินเสียหายจากภัยพิบัติตามประกาศรัฐ จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นทันที 1 หมื่นบาท ภายหลังตรวจข้อเท็จจริงค่าซ่อมต่ำกว่า ไม่มีการเรียกคืน-คนไทยเสียชีวิตจ่าย 2 ล้านบาท ต่างชาติไม่เข้าเงื่อนไข
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทบ ยืนยันว่า ธุรกิจประกันวินาศัยภัย จะเร่งการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นประกันภัยภัยพิบัติเพื่อที่อยู่อาศัย หรือประกันภัยพิบัติแห่งชาติให้รวดเร็วในการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งกรณีอุทกภัยจะจ่ายเบื้องต้น 10,000 บาท
ขณะที่วาตภัยและแผ่นดินไหวจะจ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท จากนั้นจะตรวจสอบมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงและจ่ายส่วนที่เหลือจนครบตามจริงแต่ไม่เกินวงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท
การจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้น 10,000 บาทแรกนั้น เมื่อจ่ายไปแล้วจะไม่มีการเรียกคืน แม้ภายหลังประเมินความเสียหายจริงแล้วจะน้อยกว่าก็ตาม
นอกจากนี้ กรมธรรม์ดังกล่าวยังครอบคลุมถึงกรณี “ภัยน้ำล้อม” ซึ่งหมายถึงกรณีที่บ้านได้รับการป้องกันอย่างดีจนน้ำไม่ท่วมเข้าตัวบ้าน แต่ถูกน้ำล้อมรอบต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วันขึ้นไป โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับค่าสินไหมเบื้องต้นเช่นกัน
ทั้งนี้ เงื่อนไขดังกล่าวครอบคลุมถึงอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมทุกห้องที่มีเลขที่บ้านเป็นของตนเอง โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่าการจ่ายค่าสินไหมจะจ่ายให้แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ได้รับมอบอำนาจเท่านั้น เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต และคุ้มครองเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัยซึ่งมีคนอยู่อาศัยเป็นประจำ ไม่รวมสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน
รวมถึงไม่คุ้มครองสถานประกอบการ โรงงาน โรงเรียน วัด หรือบ้านร้าง
ในส่วนของความคุ้มครองชีวิต รัฐบาลได้จัดทำประกันภัยคุ้มครอง
กรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติเฉพาะประชาชนผู้มีสัญชาติไทยในวงเงิน 2,000,000 บาท รวมถึงขยายความคุ้มครองกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงในวงเงิน 200,000 บาท โดยคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ในกรณีเกิดภัยพิบัติหลายครั้งในรอบปี หากเคลมความเสียหายครั้งแรกและซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว หากเกิดเหตุการณ์ใหม่ขึ้นอีก ก็ยังสามารถได้รับความคุ้มครองและจ่ายค่าสินไหมตามวงเงินในแต่ละเหตุการณ์ได้ตามปกติ
ยกตัวอย่างการคุ้มครองที่อยู่อาศัย กรมธรรม์กำหนดจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นทันที 10,000 บาท เมื่อพบว่าบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้จ่ายเร่งด่วน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเพื่อจ่ายส่วนที่เหลือตามมูลค่าจริง แต่ไม่เกินวงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท ทั้งนี้ ในกรณีที่จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นไปแล้ว 10,000 บาท แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าความเสียหายจริงมีมูลค่าน้อยกว่า เช่น เกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อยและมีค่าทำความสะอาดเพียง 2,000 บาท ทางระบบจะไม่มีการเรียกเงินคืนแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน หากเป็นภัยจากลมพายุหรือแผ่นดินไหว จะมีการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท โดยให้วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ กรมธรรม์ยังครอบคลุมกรณี “ภัยน้ำล้อม” ซึ่งหมายถึงกรณีที่บ้านเรือนมีการป้องกันอย่างดีและน้ำไม่ได้ท่วมเข้าตัวบ้าน แต่มีน้ำท่วมขังล้อมรอบบริเวณบ้านติดต่อกันเป็นเวลา 7 วันขึ้นไป โดยจะได้รับเงินชดเชยเบื้องต้น 10,000 บาทเช่นกัน
เงื่อนไขนี้ยังครอบคลุมไปถึงห้องชุดในคอนโดมิเนียมที่มีเลขที่บ้านของตัวเอง หากอาคารคอนโดมิเนียมถูกน้ำล้อมรอบ ผู้อยู่อาศัยในทุกห้องจะได้รับสิทธิชดเชยดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินชดเชยจะจ่ายให้แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้น เพื่อป้องกันข้อพิพาททางกฎหมายในอนาคต
ในส่วนของการคุ้มครองชีวิต รัฐบาลได้จัดทำประกันภัยให้แก่ประชาชนไทยทุกคนกรณีเสียชีวิตหรือตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากภัยพิบัติทั้ง 3 ประเภท ในวงเงินคุ้มครอง 200,000 บาทต่อคน โดยเน้นย้ำว่าให้สิทธิเฉพาะผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น
สำหรับกรณีการเกิดเหตุซ้ำซ้อนในรอบปี หากทรัพย์สินได้รับการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้วหลังจากเกิดเหตุครั้งแรก และประสบภัยพิบัติซ้ำอีกในเวลาต่อมา ระบบจะให้ความคุ้มครองและจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามวงเงินในแต่ละเหตุการณ์ โดยกรมธรรม์มีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และมีวงเงินความคุ้มครองรวมทั้งสิ้น 75,000 ล้านบาท ถ้าประกันภัยจ่ายครบ 75,000 ล้านบาทแล้ว ส่วนที่เกินรัฐบาลเป็นผํรับผิดชอบ
