HoonSmart.com>>.คปภ.ประเมินความเสียหายน้ำท่วมทั่วประเทศแตะ 1.1 หมื่นล้านบาท ยันสภาพคล่องธุรกิจประกันภัยยังแข็งแกร่ง
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นจากสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศ คาดว่าจะสูงถึงประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งครอบคลุมความเสียหาย ทั้งในส่วนของรถยนต์ อาคารบ้านเรือน และอสังหาริมทรัพย์ที่มีการทำประกันภัยไว้
ยืนยันว่าระบบและธุรกิจประกันภัยของไทยยังมีสภาพคล่องและเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอ พร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว
“ยอดความเสียหาย 1.1 หมื่นล้านบาทนี้ เป็นข้อมูลรวบรวมเบื้องต้นเฉพาะในส่วนที่มีการทำประกันภัยและมีการแจ้งเคลมเข้ามาแล้วทั่วประเทศ รวมถึงพื้นที่ประสบภัยล่าสุดอย่างเชียงใหม่และลำพูน โดยมีรายงานการแจ้งเคลมประกันภัยรถยนต์แล้วกว่า 30,000 คัน คาดว่าตัวเลขประเมินรวมจะไม่ขยับสูงไปกว่านี้มากนัก หากไม่มีเหตุการณ์อุทกภัยรุนแรงซ้ำเข้ามาอีก”นายชูฉัตร กล่าว
นายชูฉัตร กล่าวว่า ยอดความเสียหายในภาคอุตสาหกรรมไม่สูงเหมือนเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่เมื่อปี 2554 เนื่องจากโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมในปัจจุบันมีมาตรการป้องกันน้ำท่วมที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความเสียหายในกลุ่มโรงงานบางแห่งอาจต้องใช้เวลาในการสำรวจเพิ่มเติม เนื่องจากน้ำยังท่วมขังสูงจนต้องรอการเข้าตรวจสอบเครื่องจักรอย่างละเอียด
สำหรับประเด็นความวิตกกังวลเรื่องความเสี่ยงและสภาพคล่องของบริษัทประกันภัย โดยเฉพาะบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก จากการทำแบบทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ยังไม่พบบริษัทใดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจนน่าเป็นห่วง เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่มีการทำประกันภัยต่อ (Reinsurance) กับบริษัทประกันภัยต่อในต่างประเทศไว้ ทำให้มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ ธุรกิจประกันภัยทั้งระบบ ยังมีสภาพคล่องสูง โดยมีสินทรัพย์ลงทุนรวมปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 4.9 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นประกันชีวิตประมาณ 4.55 ล้านล้านบาท และที่เหลือเป็นของธุรกิจประกันวินาศภัย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (GDP) ที่มีมูลค่าราว 18 ล้านล้านบาท Reflect ให้เห็นถึงฐานะทางการเงินและสภาพคล่องที่มั่นคงของระบบประกันภัยไทย
อย่างไรก็ตาม คปภ. เน้นย้ำว่า นอกเหนือจากความมั่นคงทางการเงินแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือ “ความเร็วในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน” และ “การบริหารจัดการความเสี่ยง” โดยได้กำชับให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งเร่งรัดกระบวนการจ่ายเคลมให้กับประชาชนและผู้ประกอบการโดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบประกันภัย และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและธุรกิจได้ตามปกติ
