คปภ. ลงพื้นที่ลำพูน-เชียงใหม่ เร่งจ่ายสินไหม “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ”

HoonSmart.com >>คปภ.-11 บริษัทประกันภัย ประเดิมใช้ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” น้ำป่าไหลหลาก-วาตภัยในจังหวัดลำพูน–เชียงใหม่ เสียหายรวม 227 หลังคาเรือน เสียชีวิต 1 ราย

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย ได้เข้าร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผ่านระบบทางไกล ณ ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน เพื่อติดตามและเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำป่าไหลหลากและวาตภัยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569

นอกจากนี้ยังได้ร่วมแถลงข่าวกับผู้ว่าฯ จังหวัดลำพูน,จังหวัดเชียงใหม่ และ ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน รายงานว่า เหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง ส่งผลกระทบต่อ 4 หมู่บ้าน และมีบ้านเรือนเสียหายเบื้องต้นประมาณ 225 หลังคาเรือน ซึ่งขณะนี้ คปภ. และจังหวัดลำพูนได้รวบรวมรายชื่อเพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทน

​ขณะเดียวกัน ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รายงานความเสียหายจากเหตุวาตภัย 2 หลังคาเรือน ซึ่งพบผู้เสียชีวิต 1 ราย จากการถูกกระแสน้ำพัด นับเป็นผู้ประสบภัยรายแรกที่เข้าเกณฑ์รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ดังกล่าว

​เหตุการณ์ดังกล่าว เข้าเงื่อนไขความคุ้มครองตาม“กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนอย่างเป็นทางการ หลังเริ่มให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยทั่วประเทศกว่า 30 ล้านหลังคาเรือนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

คปภ.ได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้บูรณาการร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อเร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับจากได้รับเอกสารครบถ้วน

สำหรับเงื่อนไขความคุ้มครองภัยพิบัติ (อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว) กำหนดวงเงินความคุ้มครองสิ่งปลูกสร้างสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน โดยกรณีอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมเบื้องต้นทันที 10,000 บาท ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหวอยู่ที่ 5,000 บาท ขณะที่ความเสียหายเพิ่มเติมจะประเมินจ่ายตามจริงไม่เกินวงเงินสุทธิ

ส่วนกรณีที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งพบผู้เสียชีวิต 1 รายจากเหตุน้ำพัดในอำเภอกัลยาณิวัฒนา กรมธรรม์จะให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติสูงถึง 2,000,000 บาท และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 200,000 บาท

นายชูฉัตร กล่าวย้ำว่า สำนักงาน คปภ. จะติดตามสถานการณ์ในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ประชาชน และผลักดันให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว

ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและความคุ้มครองด้านการประกันภัยได้ที่สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ        LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครองตามโครงการดังกล่าว ซึ่งมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมรับประกันภัยจำนวน 11 บริษัท โดยให้ความคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

สำหรับเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว

ทั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสินไหมทดแทนเฉพาะกิจ พร้อมวางระบบการรับแจ้งเหตุและกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้งส่วนความเสียหายเบื้องต้นและส่วนความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้โดยสะดวก

สำหรับที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง จะต้องเป็นบ้านที่มีทะเบียนบ้านและมีข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์

ประชาชนเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายในจังหวัดลำพูนประมาณ 225 หลังคาเรือน สามารถแจ้งความเสียหายผ่านระบบที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดเตรียมไว้ได้ทันที ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่

1. เว็บไซต์ www.thaiNATCAT.org

2. LINE Official Account @ThaiNATCAT

3. ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 และ

4. จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ โดยกรณีประชาชนไม่มีสมาร์ตโฟน เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือในการกรอกข้อมูลและดำเนินการแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้

ในส่วนขั้นตอนการแจ้งความเสียหายสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์

ผู้ประสบภัยยืนยันตัวตนผ่าน ThaID ระบุข้อมูลพร้อมเพย์สำหรับรับค่าสินไหมทดแทน

จากนั้นกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติ บ้านเลขที่ และข้อมูลผู้ขอรับค่าสินไหมทดแทน พร้อมแนบภาพถ่ายความเสียหาย โดยกรณีไม่ได้อยู่ ณ จุดเกิดเหตุ สามารถอัปโหลดภาพถ่ายความเสียหายเข้าสู่ระบบได้

เมื่อบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ระบบจะจัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบว่าที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุหรือไม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน

สำหรับกรณีอุทกภัย เมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว จะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ให้แก่เจ้าของบ้านผ่านระบบพร้อมเพย์

หากเจ้าของบ้านไม่มีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรับเงินผ่านบัญชีธนาคารได้ ซึ่งสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว