” ดีลอยท์” เปิดตัวช่วยบริหารภาษี ” Chief Tax Officer Leadership Circle “

HoonSmart.com >>ดีลอยท์ เปิดตัว “Chief Tax Officer Leadership Circle” ในประเทศไทย เวทีใหม่สำหรับผู้บริหารด้านภาษีจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ ตลอดจนร่วมสำรวจความท้าทายและโอกาสที่จะกำหนดทิศทางการทำงานด้านภาษีในอนาคต

 

ขณะที่องค์กรต่าง ๆ เผชิญกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำด้านภาษีในปัจจุบันจึงถูกคาดหวังให้มีบทบาทมากกว่าการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแล ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการวางแผนระยะยาว ส่งผลให้ฝ่ายภาษีมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการให้ข้อมูลเชิงกลยุทธ์แก่ผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัท

การประชุม Leadership Circle ครั้งแรกจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านภาษี การใช้ประโยชน์จาก AI และเตรียมความพร้อมบุคลากรด้านภาษี”   โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำของประเทศไทยเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนมุมมองและบทบาทที่เพิ่มขึ้นของผู้นำด้านภาษีในฐานะที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยให้องค์กรรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นจากผู้มีส่วนได้เสีย

 

นายกฤดา กฤติยาโชติปกรณ์ รองอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงานว่า “เรากำลังก้าวสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิชาชีพด้านภาษี เมื่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง AI เข้ามาปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างผู้เสียภาษีและหน่วยงานจัดเก็บภาษี พร้อมวางรากฐานสู่ความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และความเชื่อมั่นที่เพิ่มมากขึ้น เวทีที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ผู้เสียภาษี และผู้ประกอบวิชาชีพด้านภาษีได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ทุกภาคส่วนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

มุมมองภาคธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ยังส่งผลต่อแนวทางที่องค์กรนำประเด็นด้านภาษีมาพิจารณาร่วมกับกลยุทธ์ทางการเงินในภาพรวม นางอรนุช นำพูลสุขสันติ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายการบัญชีและการเงิน ธนาคารกรุงเทพ  กล่าวว่า “การตัดสินใจด้านภาษีส่งผลต่อการจัดสรรเงินทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และท้ายที่สุดคือผลตอบแทนที่เราส่งมอบให้แก่ผู้ถือหุ้น การบริหารจัดการด้านภาษีถือเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะบริษัทในภาคบริการทางการเงินที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมหลายประเทศ หลายประเภทผลิตภัณฑ์ และอยู่ภายใต้กรอบกฎระเบียบที่แตกต่างกัน บริษัทควรผนวกการวางแผนด้านภาษีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการเงินตั้งแต่เริ่มต้น ควบคู่ไปกับการวางโครงสร้างการกำกับดูแลที่แข็งแกร่งและระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ”

นอกเหนือจากกลยุทธ์ทางการเงินแล้ว ธรรมาภิบาลด้านภาษียังมีความเชื่อมโยงกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบมากขึ้น ท่ามกลางความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เปลี่ยนแปลงไป

 

นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป  (TU)  อีกหนึ่งในผู้ร่วมเสวนา กล่าวว่า “ขณะที่เรามุ่งพัฒนางานด้านการเงินให้มีมุมมองเชิงรุกและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้น ธรรมาภิบาลด้านภาษีถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของแนวทางดังกล่าว เนื่องจากนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียให้ความสำคัญกับความโปร่งใสด้านภาษีเพิ่มมากขึ้น สำหรับไทยยูเนี่ยน ซึ่งให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นหัวใจของกลยุทธ์ธุรกิจ เรามุ่งมั่นให้แนวทางการดำเนินงานด้านภาษีสะท้อนถึงมาตรฐานด้านความรับผิดชอบและความโปร่งใสในระดับเดียวกับที่เรานำมาใช้ในทุกส่วนขององค์กร”

เวที CTxO Leadership Circle เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Deloitte Chief Tax Officer Program เครือข่ายสำหรับผู้บริหารระดับสูงด้านภาษีที่เปิดรับเฉพาะผู้ได้รับเชิญ และเปิดตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและประสบการณ์ระดับโลกของดีลอยท์ โครงการดังกล่าวเป็นเวทีให้ผู้นำด้านภาษีจากทั่วภูมิภาคได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สำรวจแนวโน้มและความท้าทายใหม่ ๆ รวมถึงร่วมกันยกระดับบทบาทเชิงกลยุทธ์ของงานด้านภาษีภายในองค์กร

นายศุภบราตา ดาสกุปตา ลีดเดอร์ด้านภาษีและกฎหมาย และลีดเดอร์ CTxO Program ดีลอยท์ ประเทศไทยและลาว กล่าวว่า “ผู้นำด้านภาษีทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ถูกคาดหวังให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในประเด็นที่ก้าวข้ามขอบเขตของงานด้านภาษีมากขึ้น ตั้งแต่การลงทุนในเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่าน ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยงและการวางกลยุทธ์ระยะยาว เราจัดตั้ง CTxO Program เพื่อสร้างเวทีที่น่าเชื่อถือสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระดับสูงในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และเตรียมพร้อมรับมือกับบทบาทความเป็นผู้นำที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อบทบาทของฝ่ายภาษีขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การสร้างโอกาสให้ผู้นำได้มีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมวิชาชีพและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างมีความหมาย จะยิ่งมีความสำคัญต่อการช่วยให้ผู้นำสามารถสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้มากขึ้น”