HoonSmart.com>>บล.เอเซียพลัสชี้ตลาดทุนไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากทั้งปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ ต่างชาติถล่มขาย 7 วันทะลุ 3 หมื่นล้านบาท แนะถือเงินสดเพิ่มเติมเป็น 30-40% พอร์ตแนะเลือกหุ้นได้ประโยชน์เงินบาทอ่อน กลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์-อาหาร CPF, ITC, KCE, HANA กลุ่มการแพทย์ธุรกิจไฮซีซั่นกำไรแกร่ง BH, BDMS, BCH, PR9
บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าตลาดทุนไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากทั้งปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ โดยเฉพาะการทะยานขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) อายุ 10 ปี ที่พุ่งแตะระดับ 5.30% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เพิ่มแรงกดดันต่ออัตราคิดลด (Discount Rate) และการประเมินมูลค่าหุ้นทั่วโลก รวมถึงขยายส่วนต่างกับผลตอบแทนพันธบัตรไทยอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) เทขายหุ้นไทยอย่างหนักตลอด 7 วันทำการ (22-30 ก.ย.) รวมกว่า 30,600 ล้านบาท รวมถึงความเสี่ยงในประเทศที่เข้ามากระทบพร้อมกัน ประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากน้ำท่วม 1 สัปดาห์อาจสูงถึง 5,000 – 10,000 ล้านบาท และอาจกดดันให้ GDP ไตรมาส 3/2569 ชะลอตัวลงเหลือ 2.1-2.2%
บล.เอเซีย พลัส ปรับกลยุทธ์แนะนำนักลงทุนถือเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% ของพอร์ต พร้อมเฟ้นหาหุ้นแข็งแกร่งที่ทนแรงขายและได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ได้แก่ หุ้นกลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอาหาร เช่น CPF, ITC, KCE, HANA
กลุ่มหุ้นผันผวนต่ำและเข้าสู่ช่วง High Season (Defensive & Healthcare) เป็นกลุ่มที่มีเกราะคุ้มกันเฉพาะตัวและแนวโน้มกำไรเติบโตแข็งแกร่ง ได้แก่ BH, BDMS, BCH, PR9
“วันนี้แนะนำหุ้นเด่น BDMS-CK-ITC โดยคาดว่า ITC กำไรไตรมาส 4/2569 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง QoQ และจัดเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากทิศทางค่าเงินบาทอ่อนค่า (แนวรับ 16.10 บาท / แนวต้าน 17.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 15.70 บาท)”
