THAI เคลียร์กระเป๋า 8 พันใบ จบใน 2 วัน ยันไม่ปิดคลังสินค้า

HoonSmart.com>> รัฐบาลจับมือการบินไทย-AOT-กองทัพอากาศ ตั้ง War Room แก้วิกฤตบริการของการบินไทยจากน้ำท่วมให่ ทำสัมภาระผู้โดยสารสะสมกว่า 8 พันใบ  อัดกำลังพลเพิ่มอีก 100 นาย-เครื่องจักรเสริมทัพ 12 ชุด หวังกลับสู่ภาวะปกติภายใน 2 วัน พร้อมเยียวยาผู้โดยสาร ยันไม่ปิดคลังสินค้า  ตั้งเป้าจำนวนเที่ยวบินขาออกกลับสู่ระดับปกติที่ 115 เที่ยวบิน/วัน ภายใน 7 วัน 

จากเหตุการณ์น้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพ-ปริมณฑลและสภาวะอากาศแปรปรวนช่วงวันที่ 26–28 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานและการปฏิบัติการการบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำไปสู่ปัญหาเที่ยวบินล่าช้าและวิกฤตสัมภาระตกค้างสะสม โดยเฉพาะสายการบินแห่งชาติอย่างการบินไทย (THAI ) ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด จากการมีปริมาณเที่ยวบินและเกตบริการมากที่สุดในประเทศ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม แถลงข่าวหลังร่วมประชุมกับผู้บริหารบริษัทการบินไทย (THAI) โดยได้กล่าวขอโทษผู้โดยสาร และรัฐบาลจะร่วมแก้ปัญหาดังกล่าวร่วมกับการบินไทยและหน่วยงานที่เกี่่ยวข้องให้กลับคืนภาวะปกติภายใน 2-3 วัน และยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ไม่ใช่กระทบเฉพาะการบินไทยเท่านั้น

“นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตัวแทนรัฐบาล ร่วมกับ นายศิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ, กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) บริษัท การบินไทย , พลอากาศเอก มนัส และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) ในฐานะเจ้าของพื้นที่ เร่งเข้ามาบริหารจัดการวิกฤตการณ์สัมภาระตกค้างสะสมกว่า 10,000 ใบ และได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ (War Room) เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาให้จบโดยไว”นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ให้การบินไทยและ AOT รายงานความคืบหน้าต่อกระทรวงคมนาคมและสำนักงานการบินพลเรือนแห่งชาติ (กพท.) ทุกๆ 8 ชั่วโมง และนัดหมายหารือร่วมกันอีกครั้งในเวลา 16.00 น. ของวันถัดไป เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายปฏิบัติการได้ทำงานเต็มศักยภาพ

การเข้ามาช่วยเหลือของรัฐบาลในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก ที่การบินไทยแจ้งข้อจำกัด ด้านความพร้อมของบุคลากร และกองทัพจะมีการส่งกำลังทหารอากาศและทหารบกเข้าช่วยเหลือมาตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.2569 แล้วแต่ยังไม่พอ

ล่าสุดสามารถเร่งคัดแยกและจัดส่งคืนผู้โดยสารไปแล้วราว 1,800 ใบ พร้อมตั้งเป้าเคลียร์สัมภาระตกค้างที่เหลืออีกประมาณ 8,000 ใบ ซึ่งส่วนหนึ่งกองอยู่พื้นที่หน้าลานและอีกราว 4,000 ชิ้น อยู่ ณ พื้นที่สัมภาระเปลี่ยนเที่ยวบิน (TBT) ด้านในให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ถึงวันที่ 2 นี้

แม้ขีดความสามารถปกติในการคัดแยกจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 ใบต่อวัน จนอาจต้องใช้เวลารวม 3–4 วัน แต่รัฐบาลก็ได้ประสานขอกำลังเสริมจากกองทัพอากาศเพิ่มอีก 100 นายเข้ามาช่วยขนย้าย

“เราทำงานร่วมกัน ภายใต้ทีมไทยแลนด์ เพื่อแก้ปัญหาให้จบสิ้นภายใน 2–3 วัน โดยวันนี้สนับสนุนทั้งกำลังพลเพิ่มอีก และเครื่องจักรขนถ่ายสินค้าเพิ่มเติมอีก 12 ชุดพร้อมพนักงานขับรถจากกองทัพอากาศ”นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนการคัดแยกแท็กสัมภาระยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของเจ้าหน้าที่การบินไทยเป็นหลัก

ในส่วนของการขนส่งสินค้า (Cargo) รัฐบาลได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอความร่วมมือให้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดทำการ

ทั้งนี้  AOT ได้จัดเตรียมพื้นที่รองรับพร้อมขึงเต็นท์กันฝนเพื่อจัดเก็บสินค้าตกค้างบนรถอย่างเป็นระเบียบ

สำหรับการบริหารจัดการผู้โดยสาร การบินไทยเร่งประสานงานจัดส่งสัมภาระคืนให้แก่ผู้โดยสารที่เดินทางถึงปลายทางแล้ว ทั้งรูปแบบการมารับด้วยตนเองและการจัดส่งผ่านระบบไปรษณีย์

ขณะเดียวกันได้เร่งบริหารจัดการและเยียวยาผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transit) ที่ยังคงตกค้างและยืนยันรอรับสัมภาระก่อนเดินทางต่อ โดยเมื่อวันที่ 29 จะไม่มีสัมภาระตกค้างสะสมใหม่เพิ่มเติม

ด้านการชดเชย การบินไทยพร้อมรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด ทั้งในส่วนของสัมภาระสูญหาย และการเยียวยากรณีผู้โดยสารตกเที่ยวบินหรือมีการเปลี่ยนเที่ยวบิน ซึ่งการบืนไทยได้มีการซื้อประกันภัยในส่วนนี้

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สาเหตุหลักที่การบินไทยได้รับผลกระทบหนักกว่าสายการบินอื่น เนื่องจากเป็นสายการบินแห่งชาติที่มีปริมาณเที่ยวบินมากที่สุด เมื่อเผชิญกับภัยธรรมชาติจนพนักงานไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มแรก จึงเกิดปัญหาสะสมอย่างรวดเร็ว

“ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เนื่องจากการแพร่กระจายของข้อมูลบนโลกออนไลน์ แต่ย้ำชัดว่าทุกภาคส่วนจะร่วมกันรับผิดชอบและเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา โดยไม่มีการปิดบังข้อมูลแก่ประชาชน”นายพิพัฒน์ กล่าว

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทการบินไทย ชี้แจงความคืบหน้าการบริหารจัดการสายการบินล่าช้า และสัมภาระตกค้าง เนื่องจากน้ำท่วมหนักภายหลังการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่า วันนี้ ( 30 ก.ย.2569) อัตรากำลังพลหน้างานได้กลับมาแล้วประมาณ 90% เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่บุคลากรในส่วนปฏิบัติการกลับมา 80%

อย่างไรก็ตาม จากการที่มีสัมภาระตกค้างเก่าจำนวนมาก ที่ต้องเร่งเคลียร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งสัมภาระตกค้างในพื้นที่ลาน และระบบคัดแยกภายในอาคารผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง ยังต้องใช้เวลาพอสมควร โดยกำลังพลได้เร่งการทำงานเต็มที่ให้กลับคืนสู่ระดับปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อระบายผู้โดยสารตกค้างและจัดส่งสัมภาระออกสู่ปลายทางให้ได้รวดเร็วที่สุด

จากเดิมที่มีตารางบินขาออกปกติอยู่ที่ประมาณ 115 เที่ยวบินต่อวัน รวมขากลับกลับ 230 เที่ยวบิน ซึ่งในช่วงวันที่ 2 ของวิกฤต ได้ปรับลดเที่ยวบินลง 28 เที่ยวบิน แต่สถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยในวันถัดมาปรับลดเที่ยวบินน้อยลงเหลือเพียง 15 เที่ยวบิน ซึ่งส่งผลให้มีเที่ยวบินขาออกเพิ่มขึ้นเป็น 100 เที่ยวบิน และในวันที่ 2 ตุลาคม จะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 105 เที่ยวบิน

โดยตั้งเป้าที่จะฟื้นฟูจำนวนเที่ยวบินขาออกให้กลับสู่ระดับปกติที่ 115 เที่ยวบินภายใน 7 วัน ซึ่งจากการประเมินตามกรอบเวลาในปัจจุบันเชื่อมั่นว่าจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างแน่นอน

​นอกจากนี้ สายการบินได้จัดลำดับความสำคัญ  โดยแบ่งทีมปฏิบัติการออกเป็นส่วนๆ เพื่อมุ่งเน้นการเคลียร์สัมภาระตกค้างของผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 26–28 ที่ผ่านมาเป็นการเร่งด่วน

“ต้องขอบคุณ AOT ที่สนับสนุนพื้นที่ จัดสรรระบบบริหารจัดการ และส่งทีมงานเข้ามาช่วยสนับสนุนการคัดแยกสัมภาระ และขออภัยต่อผู้โดยสารทุกท่านและประชาชนชาวไทย พร้อมย้ำความยินดีในการรับฟังทุกข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นในอนาคต”นายชาย กล่าว

 

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–