จับตาหุ้นไทยเริ่มหมุนกลุ่มเล่น เตือนแบงก์พักฐานชู BGRIM เด่น

HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง ชี้ตลาดหุ้นไทยส่งสัญญาณหมุนกลุ่มเล่น เตือนกลุ่มธนาคารเริ่มพักฐาน คาดกำไรปกติ Q3/2569 ยังโต 5% จับตา Bond Yield สหรัฐฯ จ่อพีค แนะนำสะสม BGRIM รับอานิสงส์ Smart Grid และ Data Center 

บล.บัวหลวง วิเคราะห์ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นสัญญาณการหมุนเวียนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวและเข้าสู่ช่วงพักฐาน สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อเพื่อรับเงินปันผล แนะนำให้ตั้งรับในระดับราคาด้านล่าง ขณะที่กลุ่มที่เคลื่อนไหวอ่อนกว่าตลาดอย่าง ค้าปลีก สินเชื่อบุคคล และสื่อสาร ยังคงมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าดัชนีภาพรวม

​ส่วนกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ที่เคยแนะนำเข้าซื้อก่อนหน้านี้ จำเป็นต้องติดตามผลตอบแทนอย่างใกล้ชิด หากราคาปรับตัวร่วงลงหลุดแนวรับสำคัญ เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA ระยะสั้น แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรเพื่อเตรียมหมุนเงินไปยังหุ้นกลุ่มถัดไป

ด้านแรงกดดันต่างประเทศ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) กำลังพุ่งเข้าหาจุดสูงสุด จากแรงขายพันธบัตรที่หนักหน่วงตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย เงินเฟ้อ และนโยบายปรับลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (SWF) ในหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม การซื้อขายผ่าน Option-Adjusted Spread (OAS) ในกลุ่มหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อจำนอง (MBS) เริ่มให้ส่วนลดคูปองที่จูงใจ คาดว่าจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินสถาบันทั้งในและนอกสหรัฐฯ ให้ไหลกลับเข้ามา ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญให้ Bond Yield สหรัฐฯ ปรับฐานลงหลังจากทำจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมนี้ตามสถิติ

จากแนวโน้มดังกล่าว แนะนำให้เริ่มสะสมหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการปรับตัวลงของ Bond Yield โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้า เช่น BGRIM และ GPSC

วันนี้ แนะนำ BGRIM การเร่งขยายคอขวดเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าเสรี (Smart Grid) และการปลดล็อกการขายไฟฟ้ากลุ่มพลังงานพื้นฐาน (ก๊าซ/พลังงานไอน้ำ) เพื่อสนับสนุนการซื้อขายไฟฟ้าตรงข้ามพื้นที่ จะเป็นแรงส่งสำคัญต่อธุรกิจโรงไฟฟ้าและการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับ Data Center โดยตรง

ให้แนวรับที่ 18.50 บาท แนวต้านที่ 19.50 / 20.00 บาท และจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่ 18.30 บาท

​เมื่อเจาะลึก กบุ่มธนาคาร แม้ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารจะเริ่มพักฐาน แต่ปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจเริ่มกลับมาเป็นบวก โดยคาดการณ์กำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ระดับอ่อนตัวลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และกำไรจากเงินลงทุนลดลง

​อย่างไรก็ดี หากตัดกำไรจากเงินลงทุนที่บันทึกไว้สูงเป็นพิเศษในปี 2568 ออกไป คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 3/2569 ของกลุ่มธนาคารจะเติบโต 5% YoY และ 7% QoQ ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP ในไตรมาส 3/2569 ที่คาดไว้ระดับ 2% YoY หนุนโดยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ขยายตัวดี และต้นทุนทางการเงิน/การตั้งสำรอง (Credit Cost) ที่ลดลง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของธุรกิจบริหารสินทรัพย์รวมถึงปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น

​สำหรับหุ้นธนาคารที่คาดว่าจะรายงานกำไรปกติเติบโต YoY นำโดย KKP, TISCO, BBL, KBANK และ TTB ขณะที่ SCB คาดว่ากำไรจะทรงตัว YoY และ KTB คาดว่าจะรายงานกำไรอ่อนตัวลง YoY

​แนวโน้มไตรมาส 4/2569 ประเมินกำไรปกติของกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่ราว 40,000 ล้านบาท เติบโต 10% YoY จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นและ Credit Cost ที่ลดลง แม้จะลดลง 8% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลของค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน แต่มองว่า NIM ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 และจะหนุนแรงส่งไปถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2570

 
 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–