HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยยกสถิตินับจากปี 49 น้ำท่วมเกิน 7 ครั้ง กดดันหุ้นไทยติดลบ 1 %ในช่วง 1 เดือน ไม่รวมมหาอุทกภัยปี 54 กระทบกลุ่มการเงิน-ประกันร่วง 2% แบงก์-ไอซีทีบวก ครั้งนี้กำไรบจ.ไม่กระเทือน แนะรอรับแถว 1,565-1,580 จุด มองลงเป็นจังหวะสะสมแบงก์,ไฟฟ้า,อิเล็กทรอนิกส์ เชียร์ KTB, BBL, DELTA, BGRIM นักวิเคราะห์มองแห่กักตุนอาหารหนุน CPALL,CPAXT ซ่อมบ้านดีต่อ HMPRO ,GLOBAL,DOHOME ซ่อมแซมถนนต้อง TASCO
บล.กสิกรไทยเปิดสถิติน้ำท่วมประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา (นับตั้งแต่ปี 2549) มากกว่า 7 ครั้ง ทำให้ดัชนีหุ้นไทย SET ให้ผลตอบแทนติดลบประมาณ 1% ในช่วงหนึ่งเดือน (ยกเว้นปี 2554 น้ำท่วมใหญ่ดัชนี SET ติดลบ 14%)
สำหรับกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากกว่าตลาด (Outperform) นำโดย ICT, ธนาคารพาณิชย์ ในขณะที่กลุ่มการเงิน,ประกันติดลบประมาณ 2%
ส่วนกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ติดลบสูงสุด 8% แต่ส่วนใหญ่เกิดจากปี 2554 เนื่องจากน้ำท่วมรอบนั้นกระทบภาคอุตสาหกรรมอย่างหนัก
ทางด้านผลกระทบต่อเศรษฐกิจ หากไม่นับปี 2554 พบว่าผลกระทบต่อเดือนอยู่ในกรอบ 1-5 หมื่นล้านบาท หรือกระทบ GDP ไม่เกิน 0.1-0.3% ซึ่งหากประเมินจาก Upside ของการต่ออายุโครงการนโยบายคนละครึ่งออกไป 2 เดือน อาจทำให้ประมาณการ GDP อยู่ในกรอบ 2.0%+/-
บล.กสิกรไทยแนะกลยุทธ์การลงทุน ประเมินผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ต่อประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดในปี 2569 ค่อนข้างจำกัด และประเมินกรอบแนวรับดัชนีหุ้น SET ที่บริเวณ 1,565-1580 จุด
นอกจากนี้ยังมองการปรับตัวลงเป็นโอกาสในการทยอยสะสมกลุ่ม ธนาคาร, โรงไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เน้น KTB, BBL, DELTA, BGRIM
ทางด้านนักวิเคราะห์หลายรายมองว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนก.ย.2569 ยังไม่รุนแรงเท่ามหาอุทกภัยปี 2554 จึงไม่น่าจะเกิดอาการตื่นตระหนกขาย (Panic Sell) ท่ามกลางวิกฤตก็มีโอกาสจากการกักตุนอาหารและสินค้าจำเป็น กลุ่มค้าปลีกได้รับอานิสงส์ CPALL ,CPAXT,BJC หลังจากน้ำลดลง ถึงเวลาทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้าน ได้แก่ HMPRO ,GLOBAL,DOHOME รวมถึงการซ่อมแซมถนน คือ TASCO
ในทางกลับกัน สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภาพรวม ซึ่งจะต้องติดตามว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นอีกมากหรือไม่ และสถานการณ์จะยืดเยื้อและลุกลามไปอีกเพียงใด จึงจะสามารถประเมินผลกระทบต่อหุ้นรายตัวและการเติบโตของเศรษฐกิจในปี2569 และปี 2570
ในเบื้องต้น เพื่อบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ ต่างออกมาตรการเบื้องต้นมาช่วยเหลือลูกค้า อาทิ ธนาคารทหารไทยธนชาต(TTB) ได้ออกมาตรการ “ตั้งหลัก” ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ประกอบด้วย ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์และรถแลกเงิน ลูกค้าสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต ลูกค้าธุรกิจ และ เอสเอ็มอี
ธนาคารกรุงไทย(KTB) ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ช่วยลดภาระทางการเงิน ครอบคลุมการลดดอกเบี้ย และลดค่างวดชำระหนี้ พร้อมเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพและซ่อมแซมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย แจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.-31 ธ.ค. 69 โดยลูกค้าต้องยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันเกิดเหตุ
ทางด้านบริษัทการบินไทย (THAI) เปิดให้เลื่อนตั๋วฟรี 1 ครั้ง เพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รัยผลกระทบน้ำท่วมกรุงเทพฯและปริมณฑล
