ดาวโจนส์ปิดลบ 161 จุด บอนด์ยีลด์พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ กังวลน้ำมัน

HoonSmart.com>>ดัชนีดาวโจนส ปิดร่วง 161 จุด ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่สาม ความกังวลบอนด์ยีลด์แตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ราคาน้ำมันพุ่ง เบรนท์พุ่งกว่า 3% แตะ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบ กังวลน้ำมันสูง ท่ามกลางความหวังที่ริบหรี่เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) วันที่ 24 กันยายน 2569 ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่สามมาปิดที่ 51,349.98 จุด ลดลง 161.61 จุด หรือ -0.31% เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษยังคงกดดันภาคส่วนที่มีความผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจมากที่สุดของตลาด

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,704.13 จุด ลดลง 1.90 จุด, -0.02%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,939.37 จุด เพิ่มขึ้น 3.34 จุด, +0.01%

บรรยากาศการซื้อขายผันผวน โดยในช่วงแรกปรับตัวลงอย่างหนัก จากสามปัจจัย ได้แก่ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และสัญญาณที่แข็งกร้าวของธนาคารกลางสหรัฐฯ จากนั้นหุ้นก็ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดของวันจากรายงานข่าวที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังหารือเกี่ยวกับข้อตกลงแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อยุติความขัดแย้ง และในที่สุดก็ปิดตลาดโดยมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

บิลล์ นอร์ธี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการลงทุนของ U.S. Bank Wealth Management กล่าวว่า ประเด็นที่ขับเคลื่อนตลาด คือราคาน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงผลกระทบที่มีต่ออัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังตลาดทุนในภาพรวม”

ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงอยู่ในระดับสูง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสากลปรับตัวขึ้นกว่า 3% มาปิดที่ระดับสูงกว่า 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 2.7% มาปิดที่ 94.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 5.501% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ได้เห็นมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2004 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ก็ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5.223% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2007 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.941%

การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก ข้อมูลจากการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (Fed funds futures) ผ่านเครื่องมือ CME FedWatch บ่งชี้ว่า มีโอกาสเกือบ 71% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในเดือนตุลาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 55% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟด สาขานิวยอร์ก ซึ่งมีสิทธิ์ออกเสียงในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) กล่าวว่า เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปีนี้

หุ้นกลุ่ม AI รายใหญ่มีความเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน โดย Microsof ลดลง 0.5% และ Broadcom ลดลง 1.3% ขณะที่ Advanced Micro Devices ปรับขึ้น 2.4%

หุ้น Meta Platforms ปรับขึ้น 4.5% หลังวันเปิดตัวอุปกรณ์ขนาดเล็กแบบพกพาสำหรับใช้งานร่วมกับผู้ช่วย AI ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้

ส่วนหุ้น Oracle ลดลง 3.5% หลังจากมีรายงานระบุว่าบริษัทได้ส่งหนังสือแจ้งเหตุสุดวิสัย (force majeure) ไปยังศูนย์ข้อมูลแห่งหนึ่งในรัฐนิวเม็กซิโก ส่งผลให้หุ้นของ Blue Owl ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการดังกล่าว ปรับตัวลดลงอย่างหนักเช่นกัน

ตลาดยังจับการพบปะระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับผู้นำจีน สี จิ้นผิง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวว่า สหรัฐฯ และจีนตกลงที่จะขยายการหยุดยิงทางการค้าออกไปอีกสองเดือน โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 10 มกราคม ทำให้การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ สงครามในอิหร่าน และแร่ธาตุสำคัญ เป็นหัวข้อหลักที่จะหารือกัน ในวันพฤหัสบดี ซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ หลายคนจะเข้าร่วมรับประทานอาหารค่ำกับผู้นำทั้งสอง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ จากราคาน้ำมันที่กลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความหวังที่ริบหรี่ลงเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยูโรโซนยังคงยืนอยู่ในระดับสูงสุดในรอบหลายปี และบั่นทอนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดตลาดลดลง ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาคต่างก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 636.43 จุด ลดลง 3.49 จุด, -0.55%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,679.99 จุด ลดลง 25.27 จุด, -0.24%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,081.43 จุด ลดลง 41.98 จุด, -0.52%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,266.53 จุด ลดลง 144.10 จุด, -0.57%

เจ้าหน้าที่อิหร่านได้หารือกับผู้แทนสหรัฐฯ นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ แต่ทั้งสองฝ่ายต่างส่งสัญญาณว่ามีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยในการยุติความขัดแย้ง

ยัสเซอร์ เอล-ชิมีย์ นักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโสจาก Motley Fool กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่น่าจะคลี่คลายลงได้ในเร็วๆ นี้ ทั้งสองฝ่ายต่างมีจุดยืนที่แข็งกร้าวและมีความเห็นต่างที่ยากจะประนีประนอมกันได้

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเป็นวันที่สองหลังจากที่ร่วงลงติดต่อกัน 5 วันทำการ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ยังคงยืนเหนือระดับสำคัญที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

หุ้นกลุ่มพลังงานของยุโรปปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุดโดยเพิ่มขึ้น 1.1% ขณะที่หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มสินค้าส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือนปรับขึ้นเล็กน้อย 0.7% และ 0.2% ตามลำดับ

ส่วนหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ ซึ่งโดยปกติแล้วถือเป็นหุ้นกลุ่มปลอดภัย (defensive stock) กลับปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่นๆ

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด โดยลดลง 1.6% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงหุ้นในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ลดลง 1.4%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ซึ่งถือเป็นดัชนีอ้างอิงของยูโรโซน ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3.611% โดยอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 17 ปีที่ทำไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงได้เพิ่มน้ำหนักให้กับแนวโน้มที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอีก

แดน โคทส์เวิร์ธ หัวหน้าฝ่ายตลาดของ AJ Bell กล่าวว่า สถานการณ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่นักลงทุนในตลาดพันธบัตรยังมีความกังวลเกี่ยวกับยอดการกู้ยืมของภาครัฐที่อยู่ในระดับสูง ปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่ยืดเยื้อ และปริมาณพันธบัตรชุดใหม่จำนวนมากที่เตรียมจะออกสู่ตลาด

อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นการย่อตัวลงเล็กน้อยของตลาด ขณะที่นักลงทุนในตลาดหุ้นยังคงมีความมั่นใจจากตัวเลขการเติบโตของผลประกอบการภาคธุรกิจที่อยู่ในเกณฑ์ดี

นักลงทุนจับตาความคืบหน้าจากการประชุมสุดยอดที่วอชิงตันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ด้านนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่าทั้งสองประเทศตกลงที่จะขยายการหยุดยิงทางการค้าออกไปจนถึงวันที่ 10 มกราคม

คาดว่าผู้นำทั้งสองจะหารือกันในหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องไต้หวันและอิหร่าน ไปจนถึงข้อกังวลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น 2.45 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 94.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 3.52 ดอลลาร์ หรือ 3.4% ปิดที่ 106.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–