ดาวโจนส์ปิดร่วง 352 จุด บอนด์ยีลด์-น้ำมันพุ่ง

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามดัชนีหลักปิดลบ ดาวโจนส์่ร่วง 352 จุด แรงกดดันจากหุ้น Alphabet และ Amazon ลดลง บอนด์ยีลด์พุ่ง หลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ล่าสุดแข็งแกร่งเกินคาด นักลงทุนกังวลธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในอนาคต “ราคาน้ำมัน” พุ่ง เบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบ

ตลาดหุ้นสหรัฐ วันที่ 23 กันยายน 2569 ปิดลบ โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้น Alphabet และ Amazon ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯพุ่งขึ้น ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในอนาคต ประกอบกับราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average)ปิดที่ 51,511.59 จุด ลดลง 352.10 จุด หรือ -0.68%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,706.03 จุด ลดลง 58.61 จุด, -0.75%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,936.04 จุด ลดลง 308.24 จุด, -1.13%

ตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งพุ่งสูงขึ้นหลังจากตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ล่าสุดออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีแตะระดับ 5.135% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2007 และยังเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในวันเดียวในรอบนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี ก็พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.947% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024

ทั้งนี้ S&P Global เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐฯ เบื้องต้นเดือนกันยายนปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.4 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2021 จากระดับ 56.0 ในเดือนสิงหาคม ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 57.0 ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 52 เดือน จากระดับ 53.9 ในเดือนสิงหาคม ดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 59 เดือน จากระดับ 56.5 ในเดือนสิงหาคม

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 4% เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และดัชนีกลุ่มพลังงาน S&P 500 พุ่งขึ้น หลังจากประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านกล่าวสุนทรพจน์ที่สหประชาชาติว่าจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันของสหรัฐ

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลให้ยิ่งคาดการณ์มากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปีนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่นายไมเคิล บาร์ ผู้ว่าการเฟด ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการ “ปรับเปลี่ยนนโยบายเพิ่มเติม” เพื่อฉุดอัตราเงินเฟ้อให้ลดลง

ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch บ่งชี้ว่า โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนตุลาคมได้พุ่งสูงขึ้นเกินกว่า 66% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 55.4% ในวันก่อนหน้า และจากระดับเพียง 8.8% เมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว

นักลงทุนจับตาการพบปะระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน โดยคาดว่าผู้นำทั้งสองจะหารือกันในประเด็นด้านการค้า สถานการณ์ความขัดแย้งเกี่ยวกับอิหร่าน แร่หายาก และปัญญาประดิษฐ์ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้คาดหวังว่าจะเกิดความคืบหน้าครั้งสำคัญในเชิงนโยบายแต่อย่างใด

หุ้นของ Meta Platforms ปรับตัวขึ้น 1% ส่งผลให้ปรับตัวขึ้นแล้ว 12% ในสัปดาห์นี้ภายหลังการเปิดตัวผู้ช่วย AI “Muse” ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ในขณะเดียวกันก็อาจสร้างความท้าทายให้กับกลุ่มธนาคาร แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคอื่นๆ

หุ้น Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ปรับตัวลดลง 3.8% ส่วน Amazon ซึ่งได้ปิดกั้น Muse ออกจากแพลตฟอร์มการช้อปปิ้งของบริษัท ปรับตัวลดลง 2.2%

ดัชนีหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป PHLX ลดลง 1.2% โดยหุ้น Nvidia ลดลง 1.5%

หุ้น Expedia และ Airbnb ต่างปรับตัวลดลงมากกว่า 7%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดในแดนลบ เนื่องจากราคาน้ำมันดีดตัวกลับขึ้นไปเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง

ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลงพลิกกลับจากที่ปรับตัวขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่ตลาดหุ้นหลักส่วนใหญ่ในภูมิภาคต่างก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 639.92 จุด ลดลง 2.86 จุด, -0.44%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,705.26 จุด ลดลง 3.07 จุด, -0.03%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,123.41 จุด ลดลง 31.5 จุด, -0.39%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,410.63 จุด ลดลง 168.22 จุด, -0.66%

ตลาดต่างจับตาถ้อยแถลงที่โต้ตอบกันอย่างดุเดือดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในเวทีสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านจะไม่มีวันยอมจำนนต่อสหรัฐฯ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ใช้เวทีเดียวกันนี้ขู่ว่าจะ “ทำลายล้าง” อิหร่าน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ซึ่งถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานของยูโรโซน อยู่ที่ระดับ 3.550% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 5.085% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007

หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลดลง ยกเว้นหุ้นกลุ่มพลังงาน ที่ปรับตัวขึ้น 1.3% หุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งมีน้ำหนักมากในดัชนีปรับตัวลดลง 0.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มประกันภัยและกลุ่มก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.7% และ 1.3% ตามลำดับ

นอกจากนี้ บรรดาเทรดเดอร์ยังคงจับตาการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เพื่อมองหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 1.64 ดอลลาร์ หรือ 1.81% ปิดที่ 92.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 3.83 ดอลลาร์ หรือ 3.86% ปิดที่ 103.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–