ยักษ์การเงินสหรัฐฯ สนลงทุน ดิจิทัล-ดาต้าเซ็นเตอร์

HoonSmart.com>>“ศุภจี–ไชยชนก” เผยสถาบันการเงิน/กองทุน ชั้นนำของสหรัฐ ฯ มองไทยเป็นตลาดโดดเด่นในเอเชีย นโยบายยึดความเป็นกลางทางเศรษฐกิจการเมืองโชว์พัฒนาการตลาดทุนไทย ดึงเชื่อมั่นหนุนเศรษฐกิจโต

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยผลการร่วมหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีกับนักลงทุนและผู้บริหารสถาบันการเงิน กองทุนชั้นนำของสหรัฐ ฯ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจไทย นโยบายด้านการลงทุน ตลอดจนโอกาสและศักยภาพของประเทศไทยในระยะต่อไป

นางศุภจีฯ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ได้เน้นย้ำถึงนโยบายและศักยภาพของประเทศไทย โดยนำเสนอพัฒนาการด้านเศรษฐกิจและตลาดทุน รวมถึงผลการดำเนินงานและอันดับต่าง ๆ ของประเทศไทยที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ตลอดจนศักยภาพของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีการเติบโตและได้รับความสนใจจากนักลงทุน พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่จะสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ประเทศไทย

นักลงทุนให้ความสนใจต่อทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงจีน โดยนางศุภจีได้ชี้แจงว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายที่มีความสมดุล มุ่งสร้างประโยชน์ร่วมกัน และไม่ได้เลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์และความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าทุกฝ่าย

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินการคลัง ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว” นางศุภจีเน้นย้ำ

โอกาสนี้ นักลงทุนยังให้ความสนใจถึงแนวนโยบายของประเทศไทยในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ขณะที่ นายไชยชนก กล่าวว่า การหารือในวันนี้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี โดยนักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาความร่วมมือกับภาคเอกชนและพันธมิตรต่าง ๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนด้านเทคโนโลยี

รวมทั้งไทยจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาความร่วมมือกับภาคการศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและการลงทุนของภูมิภาคอาเซียน

นายไชยชนก อธิบายประเด็นความกังวลของนักลงทุนภาคเทคโนโลยีต่อการเข้าสู่สังคมสูงวัยและอัตราการเกิดไทยที่ลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อจำนวนแรงงานในอนาคตว่า ความท้าทายดังกล่าว กลายเป็นโอกาสของประเทศไทยเพราะไทยจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดข้อจำกัดด้านกำลังแรงงาน พร้อมทั้งยกระดับทักษะของบุคลากรให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–