HoonSmart.com>>บล.บัวหลวง มองแนวโน้มหุ้นไทยทรงตัวขาขึ้นเหนือ 1,590-1,610 จุด ชี้ Sector Rotation หนุนตลาด พร้อมเปิดสถิติสินเชื่อ 7 แบงก์ใหญ่ คาด TTB – TISCO – KBANK กำไรโดดเด่นรับ Q4/2026
บล.บัวหลวง มองตลาดหุ้นไทยวันนี้ภาพรวมตลาดเป็นการ “ตรวจแถวก่อนไปกันต่อ” ซึ่งหากยังไม่มีกลุ่มไหนแตกแถวผ่าน (Sector rotation) คาดแนวโน้มหุ้นไทยยังรักษาแนวโน้มขาขึ้นหลักเหนือ 1,590-1,610 จุด (แต่ยังเล่นอยู่ในกรอบ) จากการทยอยหมุนหุ้นล่างกลับขึ้นมาเล่น เช่น โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) แม้ยังอาจขาดความต่อเนื่อง แต่อย่างน้อยก็เริ่มรีบาวด์สลับ
นอกจากนี้ หุ้นที่ขึ้นแล้วขึ้นต่อ แม้ Trailing PE จะแพง เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (KCE HANA) ราคาก็ยังแข็งกว่าตลาด ส่วนกลุ่มด้อยยังด้อยต่อ แต่จำนวนหุ้นที่ด้อยกว่าตลาด อย่างสื่อสาร (ADVANC TRUE) สินเชื่อบุคคล (MTC SAWAD) ต่างก็เริ่มไม่ทำ New low
สะท้อนภาพตลาดที่มีแรงรับแม้ต่างชาติจะมีขายสลับ หนักบ้าง-เบาบ้าง ในกลุ่มราคาบน แต่นักลงทุนในประเทศเอาอยู่ และไม่ได้เกิดแรงขายหนักกระจุกตัวในหุ้นราคาล่าง
ดังนั้นเราคงคาด หากไม่ได้มีประเด็นสร้างเรื่องใหม่ เช่น ความกังวลในหุ้นรายตัว ยกตัวอย่าง AAV ก่อนหน้านี้ หรือความกังวล Singtel ปลดล็อก Silent period หุ้น GULF อาจจะมีแรงขายระยะสั้น—ต่อให้ราคาหุ้นรายตัวบางตัวจะมีประเด็นลบ แต่ภาพรวมการเล่นหุ้นยังคงเป็นบวกตามโมเมนตัมที่เราประเมิน
เช่นที่เราเริ่มมองกลุ่มโรงไฟฟ้า เดือนหน้าจะกลับมาโฟกัสเรื่อง Direct PPA และ PDP ใหม่ รวมถึงเกณฑ์คุม Data center กลางเดือน ต.ค. น่าจะมีความชัดเจน และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คาดจะเล่นตรงไปตรงมากับหุ้นเทคโลกที่ขานรับบอนด์ยิลด์ที่เราคาดว่ากำลังผ่านจุดสูงสุดและมีแนวโน้มปรับฐาน
ส่วนประเด็นการเมืองในประเทศ เราคาดว่าหากไม่มีปัจจัยเหนือความคาดหมายจนทำให้การทำงานของ ครม. สะดุด ตลาดหุ้นไทยควรตอบรับเชิงบวก หลังจากวันที่ 28 ก.ย. มีความชัดเจนเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง
ในส่วนของกลุ่มธนาคารพาณิชย์เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของสินเชื่อ แต่คาดว่าแรงส่งที่ชัดเจนจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2026 (4Q26)
สินเชื่อรวมของ 7 ธนาคารที่เราติดตาม ณ สิ้นเดือน ส.ค. อยู่ที่ 10.9 ล้านล้านบาท ทรงตัว MoM และเพิ่มขึ้น 3.4% YoY โดยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น MoM นำโดย KTB +0.3% จากหน่วยงานภาครัฐ, TISCO +0.3% จากสินเชื่อธุรกิจและ SME, TTB +0.2% และ KBANK +0.2% จากสินเชื่อธุรกิจ ขณะที่ BBL -0.7%, KKP -0.6% และ SCB -0.1% ส่วนเงินฝากรวมเพิ่มขึ้น 0.5% MoM เป็น 13.2 ล้านล้านบาท นำโดย TISCO, TTB และ KTB
เราคาดสินเชื่อรวมสิ้นเดือน ก.ย. ยังทรงตัว MoM จากการที่ธนาคารยังคงเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่อุปสงค์สินเชื่อมีแนวโน้มดีขึ้นใน 4Q26 จากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของภาคธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยช่วงเทศกาล ทำให้มีโอกาสที่สินเชื่อรวมปี 2026 จะสูงกว่าสมมติฐานเดิมของเราราว 1–2% โดย KBANK, KKP และ KTB มีโอกาสสูงกว่าประมาณการ 1–2% ขณะที่ TTB มีความเสี่ยงต่ำกว่าประมาณการในระดับใกล้เคียงกัน ส่วน BBL, SCB และ TISCO ยังมีแนวโน้มเป็นไปตามสมมติฐานเดิม
ด้านกำไรช่วง ก.ค.–ส.ค. การเปลี่ยนแปลงของกำไรสะสมหลังปรับรายการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งใช้เป็นตัวชี้นำกำไรสุทธิได้ค่อนข้างดี ชี้ว่า TTB และ TISCO มีแนวโน้มเด่นสุด YoY โดย TTB เพิ่มขึ้น 11% YoY, TISCO +9%, KBANK +7%, KKP +6% และ KTB +2% ขณะที่ SCB ทรงตัว และ BBL ลดลง 19% YoY อย่างไรก็ตาม ตัวเลขงบ 3Q26 จริงยังอาจแตกต่างจากตัวชี้นำดังกล่าวจากการตั้งสำรองและกำไร/ขาดทุนจากการตีมูลค่าเครื่องมือทางการเงิน
Fundamental view: คงน้ำหนักกลุ่มธนาคาร เท่ากับตลาด โดยภาพสินเชื่อเริ่มมีพัฒนาการดีขึ้น และมีโอกาสเห็นแรงส่งชัดขึ้นใน 4Q26 ขณะที่แนวโน้มกำไรช่วง ก.ค.–ส.ค. เด่นสุดใน TTB, TISCO และ KBANK
———————————————————————————————————————————————————–

