HoonSmart.com>>บล.เคจีไอ คาดแนวโน้มหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวไซด์เวย์ จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางและความกังวลเศรษฐกิจโลก ฝ่ายวิจัยคัด 3 หุ้นเด่น HANA, WHA, CPN รับอานิสงส์กฎหมาย Data Center และการบริโภคฟื้นตัว
บล.เคจีไอ ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบเนื่องจากไร้ทิศทางข่าวที่ชัดเจนในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี มีปัจจัยบวกจากความคาดหวังต่อการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับ 6 ชาติอาหรับในสัปดาห์นี้ รวมถึงรายงานข่าวว่าซาอุดีอาระเบียกำลังหาช่องทางส่งออกน้ำมันดิบผ่านประเทศโอมาน
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งยังคงมีความเสี่ยง หลังกลุ่มฮูตีส์เปิดฉากโจมตีกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นครั้งแรก ทว่าราคาน้ำมันดิบ WTI ฟิวเจอร์ส เช้าวันนี้ปรับตัวลดลงแรง ตอบรับข่าวอ้างอิงประธานาธิบดีทรัมป์ว่า ได้มีการหารือกับกลุ่มฮูตีส์ซึ่งระบุว่าจะไม่ต่อสู้กับสหรัฐฯ
สำหรับปัจจัยภายในประเทศที่ตลาดให้ความสนใจในสัปดาห์นี้ ได้แก่
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 22 กันยายนนี้ เตรียมพิจารณาขยายเวลาโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ออกไปอีก 2 เดือน (พฤศจิกายน – ธันวาคม 2569) อย่างไรก็ดี คาดว่าจะจ่ายเงินอุดหนุนเพิ่มเติมเพียง 1,000 บาทต่อคน ตามข้อจำกัดของงบประมาณที่เหลืออยู่ราว 40,000 – 50,000 ล้านบาท เนื่องจากรัฐบาลตัดสินใจไม่โอนงบประมาณจากส่วนอื่นเข้ามาเพิ่ม
กฎหมาย Data Center: ภาครัฐระบุว่ากฎหมายควบคุม Data Center น่าจะพร้อมบังคับใช้ช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งถือเป็นกรอบเวลาที่รวดเร็วหากเกิดขึ้นได้จริง โดยเบื้องต้นคาดว่าจะกำหนดให้ Data Center ขนาดใหญ่ (มากกว่า 100MW) ต้องเข้ามาตั้งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภค (น้ำและไฟฟ้า) ซึ่งจะเป็นอานิสงส์บวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
แนะนำหุ้นเด่น 3 ตัวที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวและราคายังคง Laggard
1. HANA (ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 63.00 บาท)
ปัจจัยหนุน: คลายความกังวลเรื่องความเสี่ยงการติดเกณฑ์ Cash Balance หลังไม่มีการประกาศเตือนในปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะฟื้นตัวผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และได้รับประโยชน์จากธีมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกับ Data Center และ AI
กลยุทธ์การลงทุน: ราคาหุ้นพักตัวในกรอบ Sideway Up ใกล้แนวรับ ให้แนวรับที่ 47.50 บาท แนวต้าน 49.25 – 52.75 บาท หากผ่านได้มีโอกาสทดสอบ 55.00 บาท (จุดตัดขาดทุน Stop Loss ที่ 46.00 บาท)
2. WHA (ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 5.95 บาท)
ปัจจัยหนุน: การบังคับใช้กฎหมาย Data Center ในกลางเดือนตุลาคม จะช่วยผลักดันการลงทุนเข้ามายังพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่มีความพร้อม ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันยังคง Laggard หุ้นในกลุ่มเดียวกันอย่าง AMATA ด้าน Valuation มี Upside สูง โดย Forward PE ปีนี้อยู่ที่ 17.6 เท่า และคาดว่าจะลดลงเหลือ 14 เท่าในปีหน้า (บนสมมติฐานการเติบโตกำไร +28% YoY) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ +/-15 เท่า
กลยุทธ์การลงทุน: ราคาหุ้นเริ่มสร้างฐานใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน มีลุ้น Breakout แนวต้าน Trend Line ให้แนวรับที่ 4.70 บาท แนวต้าน 4.82 – 4.90 บาท หากฟื้นตัวผ่านได้ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 5.00 บาท (Stop Loss ที่ 4.64 บาท)
3. CPN (ราคาเป้าหมายพื้นฐาน 82.00 บาท)
ปัจจัยหนุน: คาดการณ์กำไรจะกลับมาเติบโตโดดเด่นในไตรมาส 4/2569 จากปัจจัยช่วง High Season ของการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอย ประกอบกับการโอนโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จ นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจะช่วยหนุน Upside ของประมาณการ ด้าน Valuation น่าสนใจด้วย Forward PE +/-14 เท่า (-1 SD) และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ปีนี้อยู่ที่ 3.9%
กลยุทธ์การลงทุน: ราคาหุ้นพักฐานลงมาบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน คาดหวังการ Rebound ให้แนวรับที่ 63.50 บาท แนวต้าน 64.50 – 65.25 บาท หาก Break ผ่านได้มองแนวต้านถัดไปที่ 67.00 บาท (Stop Loss ที่ 63.00 บาท)
