หุ้นโตเกียว-เอเชียบวก ราคาน้ำมันชะลอตัว รอผลประชุม BOJ

HoonSmart.com>> “ตลาดหุ้นโตเกียว” เช้านี้ บวก “เอเชีย” ปรับขึ้นเกือบทั้งภูมิภาค แรงหนุนจากราคาน้ำมันย่อตัวลง ช่วยคลายกังวลเรื่องเงินเฟ้อแ หนุนบรรยากาศการลงทุน ก่อนคาดการณ์ “ธนาคารกลางญี่ปุ่น” (BOJ) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ ( 17 กันยายน 2569) ปรับตัวขึ้นอย่างมาก โดยยังคงรักษาทิศทางขาขึ้นต่อเนื่องจากสองวันทำการก่อนหน้า ตามแรงหนุนจากปัจจัยบวกในวงกว้างของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา การปรับตัวขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยชดเชยแรงกดดันจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ กลุ่มส่งออก และกลุ่มการเงินได้บางส่วน

ในตลาด Prime Market กลุ่มโลหะนอกกลุ่มเหล็กและกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าปรับตัวขึ้นมากที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มบริการและกลุ่มค้าส่งปรับตัวลงมากที่สุด

ข้อมูลจากภาครัฐที่รายงานเช้าวันนี้ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคมปรับตัวขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำกว่า 2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารระบุว่า อัตราการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วประเทศ (ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสดที่มีความผันผวนสูง) ชะลอตัวลงจากระดับ 1.8% ในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากราคาพลังงานปรับตัวลดลง ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานแบบตัดราคาพลังงานและอาหารสดออก (Core-core CPI) ซึ่งสะท้อนแนวโน้มราคาที่แท้จริง ปรับตัวสูงขึ้น 1.9% ในเดือนสิงหาคม

ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 156.23 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่นักลงทุนต่างจับตาการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งน่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี และน่าจะให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

ณ เวลา 9.35 น. ตามเวลาประเทศไทย

ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 64,627.47 จุด เพิ่มขึ้น 491.22 จุด, +0.77%

ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกปรับขึ้นเกือบทั้งภูมิภาค เนื่องจากราคาน้ำมันที่ย่อตัวลงช่วยคลายความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อและช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน ก่อนที่จะมีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ดัชนีหุ้นภูมิภาคของ MSCI ปรับตัวขึ้น 0.5% โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้นำในการปรับตัวขึ้น หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ต่างปรับตัวสูงขึ้นตามดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้

ราคาน้ำมันลดลงเนื่องจากซาอุดีอาระเบียพยายามที่จะฟื้นฟูการใช้งานท่อส่งน้ำมันสายหลักจากตะวันออกไปตะวันตกให้ได้ประมาณครึ่งหนึ่งภายในไม่กี่วัน หลังจากที่ท่อส่งน้ำมันถูกปิดไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจากการโจมตีด้วยโดรน ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันที่ลดลงเพิ่มเติมจากความขัดแย้งในอิหร่าน

ราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลงอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อราคาผู้บริโภค และเปิดช่องให้ธนาคารกลางมีเวลาประเมินผลกระทบจากการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร

ค่าเงินดอลลาร์ยังคงทรงตัว ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกต่างเร่งดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ โดยหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ปรับขึ้นดอกเบี้ยในวันพุธ เมื่อวันพฤหัสบดีธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75%

การดำเนินนโยบายการเงินถือเป็นจุดสนใจสำคัญในสัปดาห์นี้ เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 เดือนยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และทำให้มีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อไปทั่วโลก

ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3.906.554 จุด เพิ่มขึ้น 30.949 จุด, +0.8%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 24,794.42 จุด เพิ่มขึ้น 190.13 จุด, +0.77%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,856.58 จุด เพิ่มขึ้น 141.17 จุด, +2.1%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 46,734.23 จุด เพิ่มขึ้น 446.23 จุด, +0.96%

ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนตุลาคมลดลง 0.55 ดอลลาร์หรือ 0.54% ซื้อขายที่ 101.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ลดลง 0.67 ดอลลาร์หรือ 0.64% ซื้อขายที่ 104.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–