บล.กสิกรไทยหว้ง 1,630 จุด สัปดาห์หน้า จับตาประชุมเฟด-ราคาน้ำมัน-ฟันด์โฟลว์

HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับที่ 1,590 และ 1,570 จุด ขณะที่แนวต้าน 1,620 และ 1,630 จุด  จับตาประชุมเฟด (15-16 ก.ย.) สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ทางด้านธนาคารกสิกรไทยมองกรอบค่าเงินบาทที่ 32.70-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากสัปดาห์ก่อนกลับมาอ่อนค่ากว่าแนว 33.00 บาท 

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (14-18 ก.ย. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,590 และ 1,570 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,620 และ 1,630 จุด ตามลำดับ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (15-16 ก.ย.) สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOE และ BOJ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือนส.ค. ของจีน อาทิ ยอดปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา SET index ดีดตัวขึ้นแรง เคลื่อนไหวเหนือแนว 1,600 จุดได้อีกครั้ง ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากกระแสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งรับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นเริ่มทยอยลดช่วงบวกลงตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ โดยเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงแรงขายหุ้นกลุ่มแบงก์ซึ่งทยอยประกาศขึ้นเครื่องหมาย XD ประกอบกับตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง เนื่องจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการโจมตีและตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างต่อเนื่อง และปธน. สหรัฐฯ ส่งสัญญาณสงครามอาจลากยาวไปจนถึงหลังเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นร่วงลงแรงต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยเผชิญแรงเทขายลดเสี่ยงในหุ้นทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนส.ค. ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,604.52 จุด เพิ่มขึ้น 0.56% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 69,736.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.37%  ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.61% มาปิดที่ระดับ 227.36 จุด

ส่วนค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 14-18 ก.ย. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหว ที่ระดับ 32.70-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ

สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามทิศทางเงินเยนที่ได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการประชุมเดือนก.ย. ประกอบกับตลาดยังคงมีความกังวลต่อความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซง หากเงินเยนอ่อนค่ามากเกินไป

เงินบาททยอยอ่อนค่ากลับมาในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งขึ้นตามสัญญาณตึงเครียดในตะวันออกกลาง สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่มีแรงหนุนจากตัวเลข PPI เดือนส.ค. ของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าที่คาด ทำให้ตลาดปรับเพิ่มมุมมองต่อโอกาสความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในการประชุม FOMC วันที่ 15-16 ก.ย.นี้

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังฟื้นตัวขึ้นตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อซึ่งอาจเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน และการประกาศแผนซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาด อย่างไรก็ดี การขยับขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก และการชะลอธุรกรรมก่อนการรายงานตัวเลข CPI ของสหรัฐฯ ช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทไว้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์

ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.06 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (4 ก.ย.)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 7-11 ก.ย. 2569 นั้นซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,390 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทยที่ 1,747 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 1,763 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 16 ล้านบาท)