HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯทั้งสามดัชนีหลักปิดลบ ดาวโจนส์ร่วง 628 จุด นักลงทุนจับตาความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันพุ่ง ก่อนประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญในปลายสัปดาห์นี้ อาจมีผลต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบเล็กน้อย
ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 8 กันยายน 2569 ปิดลบ นักลงทุนจับตาความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ก่อนที่จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญในปลายสัปดาห์นี้ที่อาจมีผลต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average) 52,786.07 จุด ลดลง 628.18 จุด, -1.18%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,673.52 จุด ลดลง 45.08 จุด,-0.58%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,421.41 จุด ลดลง 85.58 จุด,-0.32%
ตลาดหุ้นเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่อิหร่านระบุว่าใกล้บรรลุข้อตกลงกับโอมานเพื่อบริหารจัดการการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยสัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ปรับขึ้นติดต่อกัน 7 วัน หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านมีการตอบโต้กันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางด้านสัญญาน้ำมันดิบ Brent ปิดตลาดปรับตัวขึ้นเกือบ 1% มาอยู่ที่ระดับ 97.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ราคาได้ขยับขึ้นไปแตะระดับ 99 ดอลลาร์หลังจากปิดตลาด
การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานทำให้บรรดานักลงทุนหันมาจับตาข้อมูลเงินเฟ้อที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะมีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า โดยดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคประจำเดือนสิงหาคมมีกำหนดจะประกาศในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ตามลำดับ
บรรดาเทรดเดอร์เพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 15-16 กันยายน หลังจากที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า นายจ้างมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้มากในเดือนสิงหาคม
ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch บ่งชี้ว่า บรรดาเทรดเดอร์ประเมินโอกาส 60% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ บรรดาเทรดเดอร์ยังต้องรับมือกับความตึงเครียดทางการค้าระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา โดยมาตรการตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีศุลกากรของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐฯ
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในอัตราสูงสุดถึง 50% สำหรับสินค้าบางรายการจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน มาตรการตอบโต้แบบเดียวกันนี้ส่งผลกระทบต่อสินค้าสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมุ่งเป้าไปที่สินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์นม เหล็ก และไม้ รวมถึงสินค้าประเภทอื่นๆ
ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนที่มาตรการภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวว่า Bombardier ผู้ผลิตเครื่องบินของแคนาดาจะไม่สามารถขายสินค้าในสหรัฐฯ ได้ เว้นแต่ว่าแคนาดาจะเริ่มผลิตสินค้าดังกล่าวภายในสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เป็นปัจจัยบวกในระหว่างการซื้อขาย ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน โดยกองทุน VanEck Semiconductor ETF ปรับขึ้น 1.2%
หุ้น Intel และ Advanced Micro Devices ต่างพุ่งขึ้น 9.1% และ 5.9% ตามลำดับ หลังจากที่ทั้งสองบริษัทบรรลุข้อตกลงกับ Amazon ในการพัฒนาชิป AI แบบเฉพาะทาง
ส่วนหุ้น Broadcom ปรับตัวขึ้น 3%
หุ้นของ Salesforce และ Intuit ต่างปรับตัวลงประมาณ 4% ส่วนหุ้นของ ServiceNow ร่วงลง 5% ทั้งนี้ การที่ OpenAI เปิดตัวโมเดลใหม่ล่าสุดอย่าง GPT-6 Astra เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้จุดกระแสคาดการณ์อีกครั้งว่าเทคโนโลยี AI อาจเข้ามาแข่งขันกับบริการต่างๆ ที่นำเสนอโดยบริษัทซอฟต์แวร์เฉพาะทางในปัจจุบัน
ดัชนีหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการของ S&P 500 ลดลง 1.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลง
ติดต่อกันเป็นวันที่สอง
หุ้น Apple ลดลง 1.2% ในช่วงหนึ่งวันก่อนหน้างานเปิดตัวที่คาดว่าจะมีการเผยโฉมสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด ภายใต้การนำของ John Ternus ซีอีโอคนใหม่
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเล็กน้อย เนื่องจากความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการซื้อขาย ขณะที่หุ้นของ Novartis ร่วงลงหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ภายในวันเดียว หลังจากบริษัทรายงานความล่าช้าหรืออุปสรรคเป็นครั้งที่สองในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาใหม่
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 649.60 จุด ลดลง 0.30 จุด, -0.05%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,811.66 จุด ลดลง 10.47 จุด, -0.10%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,317.98 จุด เพิ่มขึ้น 11.83 จุด, +0.14%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,007.63 จุด เพิ่มขึ้น 1.10 จุด, +0.00%
ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสวิตเซอร์แลนด์ปรับตัวลดลง 1.6% โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้น Novartis ที่ร่วงลงถึง 10.9%
หุ้น Novartis ร่วงลงมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังจากที่บริษัทผลิตยาจากสวิตเซอร์แลนด์กล่าวว่า การรักษาโรคกล้ามเนื้อลีบที่กำลังอยู่ในระหว่างการทดลองนั้นล้มเหลวในการทดลองระยะสุดท้าย ข่าวนี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่บริษัทเปิดเผยว่า ยาที่อยู่ระหว่างการทดลองเพื่อลดคอเลสเตอรอลก็ล้มเหลวในการศึกษาระยะสุดท้ายที่ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
หุ้นกลุ่มพลังงาน ปรับขึ้น 0.6% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นหลังจากกองกำลังฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีโรงงานพลังงานและเมืองต่างๆ ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจลุกลามไปทั่วภูมิภาคและขัดขวางการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงสู่ตลาดโลก
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาโลหะทองแดงที่ขยับตัวขึ้น โดยหุ้นของ Boliden, Antofagasta และ KGHM ต่างปรับตัวขึ้นในช่วง 4.6% ถึง 6.3% ในขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ของยุโรป พุ่งขึ้น 2%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจ ยอดการส่งออกของเยอรมนีลดลงเกินคาดในเดือนกรกฎาคม โดยปริมาณการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปและจีนที่ลดลงได้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคการค้าของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรปแห่งนี้
ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้จุดกระแสความกังวลเรื่องเงินเฟ้อให้กลับมาอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้เกิดการเทขายพันธบัตรทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา และตอกย้ำคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไปอีกระยะหนึ่ง
นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB)จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%ในวันพฤหัสบดีนี้ แม้ผู้กำหนดนโยบายจะส่งสัญญาณว่าไม่มีความต้องการที่จะดำเนินมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติม แต่ตลาดก็ยังคงคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปีนี้ และอีกหนึ่งครั้งในปี 2027
ตลาดกำลังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ หลังจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งช่วยตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนนี้
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 93.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 92 เซนต์ หรือ 0.95% ปิดที่ 97.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

