PSP จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.30 บาท รับครึ่งปีแรกโตแกร่ง เป้าทั้งปีกำไรทะลุ 1,000 ล้าน

HoonSmart.com>> บอร์ด “พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์”(PSP) ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่าง 0.30 บาท/หุ้น รวม 420 ล้านบาท จ่ายเงิน 5 ต.ค.69 ตอกย้ำการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้ง และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี นับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯปี 66 โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 69 กำไรสุทธิ 801 ล้านบาท เติบโต 52.6% ย้ำเดินหน้าตามแผน JUMP+ มุ่งสู่เป้าปี 69 กำไรสุทธิทะลุเป้า 1,000 ล้านบาท

บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ (PSP) เปิดเผยการประชุมคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น จากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 18 กันยายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 5 ตุลาคม 2569

นับตั้งแต่ PSP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 บริษัทฯ จ่ายเงินปันผล ให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้ง และเพิ่มขึ้นทุกปี โดยจากผลการดำเนินงานปี 2566 จ่ายปันผลหุ้นละ 0.15 บาท ผลการดำเนินงานปี 2567 จ่ายปันผลรวมหุ้นละ 0.20 บาท และผลการดำเนินงานปี 2568 จ่ายปันผลรวมหุ้นละ 0.28 บาท การจ่ายปันผลระหว่างกาลครั้งนี้จึงเป็นการดำเนินการต่อเนื่องบนพื้นฐาน ผลประกอบการที่เติบโตและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยได้รับอนุมัติจ่ายเงินปันผลครั้งนี้ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท คิดเป็นเงินรวม 420 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 PSP มีรายได้รวม 7,279.95 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 801.46 ล้านบาท เติบโต 52.6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากรายได้ที่เติบโตขึ้นจากฐานลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ อัตรากำไรที่เติบโตขึ้นจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์พิเศษ แนวโน้มกำไรที่ดีขึ้นจากธุรกิจใหม่ที่เข้าลงทุน อาทิ ธุรกิจรีไซเคิลสารเคมี ธุรกิจขายยางและอะไหล่รถยนต์ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง รวมไปถึงการบริหารต้นทุนและปริมาณวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ

PSP เดินหน้าดำเนินงานตามแผน JUMP+ ปี 2569 – 2571 ที่ได้ประกาศไว้กับตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิแตะ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ต่อยอดจากสถิติสูงสุดใหม่ที่ 853.5 ล้านบาท ในปี 2568 ผ่านกลยุทธ์ 3 เสาหลัก ได้แก่ การรักษาความเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ในประเทศควบคู่กับการขยายรายได้จากการส่งออก การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมูลค่าเพิ่ม และการขยายธุรกิจ ผ่านการควบรวม ร่วมทุน และลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรม

ในครึ่งปีหลัง บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการขยายตลาดต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพเติบโตสูง ควบคู่กับการ ต่อยอดผลิตภัณฑ์เฉพาะทางรองรับยานยนต์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามกลยุทธ์ Specialized Creation

ขณะเดียวกัน PSP ยังเดินหน้าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “เติบโตอย่างยั่งยืน และยืนหนึ่ง ในอุตสาหกรรมสีเขียว” โดยในปี 2568 ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ “A” และคะแนนบรรษัทภิบาล (Corporate Governance Score หรือ CGR) ในระดับ 5 ดาว พร้อมวางแนวทางจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์ (Zero Landfill) ภายในปี 2572 และก้าวสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 อย่างสมบูรณ์

การจ่ายเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นทุกปี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ PSP ในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามกลยุทธ์ที่วางไว้ ทั้งการรักษาจุดยืนผู้นำตลาดในประเทศ การขยายฐานสู่ตลาดต่างประเทศ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อผลักดันผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

อนึ่ง PSP มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 35% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ภายหลังหัก ภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่าง ๆ ตามที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทกำหนด โดยพิจารณา จ่ายเงินปันผลในอัตราที่แตกต่างออกไป ที่คำนึงถึงผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด สภาพคล่องทางการเงิน ฐานะทางการเงิน แผนการลงทุน ความจำเป็นในการใช้เงินทุนหมุนเวียน ภาวะเศรษฐกิจ และปัจจัยอื่น ๆ ตามที่ คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควร ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจอนุมัติได้ เป็นครั้งคราวเมื่อเห็นว่าบริษัทฯ มีกำไรสมควร และจะรายงานให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมครั้งถัดไป