FLE แจกกำไรวันแรกเหนือจอง ลุย Data Center-ธุรกิจเช่า ดันรายได้ประจำ

HoonSmart.com >> FLE เทรดวันแรกเหนือจอง!  17.89% ปักธงโต 8-9% ชูบริหารจัดการน้ำครบวงจร ลุย Data Center-ธุรกิจเช่า ดัน Recurring Income

นายภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (FLE) เปิดเผยว่า หุ้น FLF ซื้อขายวันแรก 1 ก.ย. 2569 เปิดที่ 1.45 บาท เพิ่มขึ้น 17.89% จากราคาไอพีโอ 1.23 บาท  สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพธุรกิจบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร พร้อมเดินหน้าขยายฐานรายได้จากงานภาครัฐสู่ธุรกิจเอกชน โดยเฉพาะ Data Center ควบคู่การสร้างรายได้ประจำจากธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำและเรือขุด หวังลดความผันผวนของรายได้ และวางฐานการเติบโตในระยะยาว

สำหรับ FLE มีจุดแข็ง  ความเชี่ยวชาญด้าน การบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบระบบ การก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ตลอดจนการวางระบบส่งน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ

จุดแข็งดังกล่าวมาจากประสบการณ์ของทีมงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมมานานกว่า 20 ปี ทำให้บริษัทสามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้ง น้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีความต้องการต่อเนื่อง และยังมีโอกาสจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ

Backlog 352 ล้านบาท จ่อรับรู้รายได้ 80%

ด้านภาพรวมธุรกิจล่าสุด ณ เดือนกรกฎาคม บริษัทมี Backlog ประมาณ 352 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้เป็นรายได้ราว 80% ภายในสิ้นปี ขณะที่ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ที่รับรู้แล้วประมาณ 243 ล้านบาท

สำหรับปีนี้ FL Eตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ประมาณ 8-9% โดยช่วงที่เหลือของปีจะให้ความสำคัญกับการเร่งส่งมอบงานในมือ พร้อมเดินหน้าหางานใหม่เข้ามาเติม Backlog อย่างต่อเนื่อง

บริษัทประเมินว่างานประมูลใหม่ตลอดทั้งปีมีโอกาสไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังติดตามโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากงบกลาง โดยเฉพาะงานจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

เปิดเกมรุก Data Center รับเทรนด์ AI

หนึ่งในประเด็นที่น่าจับตาคือการขยายธุรกิจเข้าสู่ Data Center ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของ Cloud และ AI

FLE อยู่ระหว่างศึกษาและนำเสนอระบบที่เกี่ยวข้องกับงานระบบน้ำสำหรับ Data Center โดยเน้นบทบาทเป็น Sub-contractor รับผิดชอบด้านการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ เช่น ระบบท่อ เครื่องสูบน้ำ และวาล์ว

หากโครงการมีความคืบหน้าตามแผน บริษัทคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของธุรกิจดังกล่าว และมีโอกาสรับรู้รายได้ไม่เกิน ไตรมาส 2 ของปีหน้า

จุดนี้ถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่น่าสนใจ เพราะช่วยให้ FL ขยับจากการพึ่งพางานภาครัฐเป็นหลัก ไปสู่การรับงานจากภาคเอกชนที่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ใช้ AI ยกระดับ “Smart Water Management”

นอกจากงานรับเหมาแล้ว บริษัทกำลังพัฒนาและนำระบบ SWM หรือ Smart Water Management มาใช้ โดยผสาน AI เข้ากับเซ็นเซอร์สำหรับตรวจจับและติดตามสถานะของอุปกรณ์ในระบบน้ำ

แนวทางดังกล่าวเปิดโอกาสให้บริษัทต่อยอดจากการขายงานติดตั้ง ไปสู่การให้บริการที่มีลักษณะเป็น Solution และ Rental ซึ่งหากขยายฐานลูกค้าได้ จะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นซ้ำ และเพิ่มมูลค่าต่อโครงการในระยะยาว

ปั้น Recurring Income ลดความผันผวน

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของ FLE คือการสร้าง รายได้ประจำ (Recurring Income) เพื่อลดข้อจำกัดของธุรกิจรับเหมาที่รายได้มีความผันผวนตามรอบงบประมาณของภาครัฐ

ธุรกิจที่บริษัทเร่งผลักดันคือ การให้เช่าเครื่องสูบน้ำ ปัจจุบันมีสัญญาระยะยาว 5 ปีกับการประปาส่วนภูมิภาค โดยจากเดิมที่มี 1 สัญญาในปีก่อน เพิ่มเป็น 7 สัญญาในปีนี้

แม้รายได้จากธุรกิจให้เช่าปัจจุบันยังมีสัดส่วนไม่ถึง 10% ของรายได้รวม แต่บริษัทคาดว่าสัดส่วนดังกล่าวจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุนต่อเรือขุดเพื่อให้หน่วยงานราชการเช่าแบบปีต่อปี ซึ่งจะเป็นอีกเครื่องมือในการสร้างกระแสรายได้ที่ต่อเนื่องในอนาคต

IPO เสริมฐานทุน รองรับการขยายธุรกิจ

ในด้านเงินทุน บริษัทได้นำเงินจากการระดมทุน IPO บางส่วนไปใช้ชำระเงินกู้ธนาคารประมาณ 10 ล้านบาท ขณะที่เงินส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงาน

ก่อนหน้านี้บริษัทได้จัดสรรเงินลงทุนประมาณ 50 ล้านบาทแรกเพื่อขยายธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ ซึ่งสะท้อนทิศทางการใช้เงินทุนเพื่อสร้างสินทรัพย์ที่สามารถก่อให้เกิดกระแสรายได้ในระยะยาว มากกว่าการพึ่งพารายได้จากงานโครงการเพียงอย่างเดียว

จับตา “โตจากฐานเดิม + เปิดตลาดใหม่”

ภาพของ FLE หลังเข้าตลาดจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องการเติบโตของรายได้จากงานรับเหมา แต่มี 3 เครื่องยนต์หลัก  ได้แก่

1. งานโครงการและ Backlog — การเร่งประมูลงานใหม่และการส่งมอบ Backlog จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ระยะสั้น

2. Data Center — การเข้าสู่ตลาดระบบน้ำสำหรับ Data Center เป็นโอกาสสร้าง New S-Curve และกระจายฐานลูกค้าไปสู่ภาคเอกชน

3. Recurring Income — การเพิ่มสัญญาเช่าเครื่องสูบน้ำและต่อยอดธุรกิจเรือขุด มีเป้าหมายสร้างกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอขึ้นในระยะกลางถึงยาว

ดังนั้น การเทรดวันแรกเหนือจองจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ศักยภาพของ FL หลังเข้าตลาด โดยโจทย์สำคัญจากนี้คือ การเปลี่ยน Backlog เป็นรายได้ การคว้างานใหม่ตามเป้าหมาย การปิดดีล Data Center และการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ

หากทำได้ตามแผน FLE มีโอกาสเปลี่ยนภาพจากบริษัทรับเหมางานระบบน้ำ ไปสู่ ผู้ให้บริการโซลูชันบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ที่มีทั้งงานโครงการ เทคโนโลยี AI และรายได้ประจำเป็นฐานรองรับการเติบโตในอนาคต

นายภาณุ กล่าวทิ้งท้ายว่า การเข้าตลาด mai ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจ เพิ่มความแข็งแกร่งด้านเงินทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ด้วยมูลค่าการซื้อขายอย่างคึกคัก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ และถือเป็นหุ้นตัวแรกของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ดำเนินธุรกิจด้านระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ประกอบกับบริษัทฯ มีมูลค่างาน (Backlog) คงเหลือ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 352.55 ล้านบาท ซึ่งคาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การเข้าเทรดในวันแรกของ FLE ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากนักลงทุนมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ที่มีความแข็งแกร่ง โดยเม็ดเงินที่ได้จากการเสนอขายไอพีโอในครั้งนี้ FLE มีแผนนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจ เพิ่มศักยภาพในการดำเนินงาน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความพร้อมในการรับงานใหม่และรองรับโอกาสทางธุรกิจที่กำลังขยายตัว

ซึ่งการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ FLE จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างเงินทุน และสนับสนุนการขยายธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะการเข้ารับงานโครงการที่มีมูลค่าสูงขึ้น สอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก

นายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย)  ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน กล่าวว่า FLE เป็นบริษัทฯ ที่มีจุดแข็งจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการน้ำครบวงจร ประกอบกับมีโอกาสได้รับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ด้านดิจิทัล โดยเฉพาะการขยายตัวของ Data Center ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการงานด้านวิศวกรรมและระบบโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต