HoonSmart.com>>ไทยเศรษฐกิจประกันภัย แจ้งระงับขายประกันภัยเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอ คปภ. เข้าตรวจสอบการดำเนินงาน ยันการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและดูแลลูกค้าเดิมยังดำเนินการตามปกติ
นายเบน อาศนะเสน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย (TSI) ออกประกาศสำคัญที่ 4/2569 แจ้งถึงพันธมิตรทางธุรกิจและนายหน้าประกันภัย เรื่อง “ขอระงับการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยเป็นการชั่วคราว” โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
การตัดสินใจชะลอการขายในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากบริษัทฯ อยู่ระหว่างกระบวนการเข้าตรวจสอบของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งทาง TSI ระบุว่า เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างเรียบร้อยและสอดคล้องกับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance) จึงจำเป็นต้องหยุดพักการเสนอขายประกันทุกประเภทชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของลูกค้าปัจจุบันที่ถือกรมธรรม์อยู่ ทางบริษัทฯ ยืนยันว่า การให้บริการด้านสินไหมทดแทนและการดูแลผู้เอาประกันภัยยังคงดำเนินการได้ตามปกติทุกประการ โดยไม่มีการหยุดชะงัก เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ถือกรมธรรม์และคู่ค้าในระหว่างช่วงเวลาตรวจสอบนี้
ทางผู้บริหาร TSI ได้กล่าวขอบคุณพันธมิตรและนายหน้าประกันภัยทุกท่านสำหรับความไว้วางใจ พร้อมแสดงความเสียใจและขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ TSI ถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย CB จากเหตุส่วนผู้ถือหุ้นทรุดต่ำกว่า 50% ใน Q2/2569
และแจ้งว่า บริษัทฯ ได้เข้าหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ถึงแนวทางเร่งด่วนในการแก้ปัญหาฐานะเงินกองทุน ให้กลับมาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ได้รายงานถึงแนวทางฟื้นฟูฐานะการเงินและปรับปรุงเงืนกองทุน 2 แนวทาง
1.การปรับโครงสร้างและพัฒนาพอร์ตประกันภัย โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างทบทวนเกณฑ์การรับประกันและปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการเลือกคัดกรองความเสี่ยงที่เหมาะสม มีผลตอบแทนคุ้มค่า เพื่อดันผลการดำเนินงานให้เป็นบวกและเติมเต็มเงินกองทุน ทั้งนี้ การรับประกันภัยและการเสนอขายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะถูกดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์และคำสั่งของ คปภ. อย่างเข้มงวด
2.การบริหารความเสี่ยงและการบริหารประกันภัยต่อ (Reinsurance) ยกระดับกระบวนการตั้งประมาณการค่าสินไหมทดแทน และปรับปรุงโครงสร้างประกันภัยต่อ เพื่อกระจายความเสี่ยงให้เหมาะสมกับลักษณะพอร์ตธุรกิจ ป้องกันการกระจุกตัวของความเสี่ยง และช่วยประคองให้เงินกองทุนรักษาระดับความเสถียรได้อย่างยั่งยืน
