HoonSmart.com>> ตลาดหุ้นสหรัฐฯทั้งสามดัชนีหลักปิดลบ ดาวโจนส์ลดลง 113 จุด หลังรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ออกมาสูงกว่าคาด ก่อนเฟดประชุมที่แจ็กสันโฮล นักลงทุนชะลอการซื้อขาย รอผลประกอบการ Nvidia “ราคาน้ำมันดิบ” ลดลงต่อ ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดทรงตัว
ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ปิดลบหลังจากข้อมูลดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่รายงานก่อนการประชุมที่แจ็กสันโฮลของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่นักลงทุนจำนวนมากเลือกที่จะชะลอการซื้อขายเพื่อรอผลประกอบการของ Nvidia บริษัทผู้นำในอุตสาหกรรม AI ที่มีกำหนดจะประกาศผลในวันเดียวกันหลังปิดตลาด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 53,463.88 จุดลดลง 113.52 จุด, -0.21%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,675.70 จุด ลดลง 1.58 จุด, -0.02%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,130.20 จุด ลดลง 21.10 จุด, -0.08%
กระทรวงพาณิชย์ รายงาน ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่า 3.6% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไป เพิ่มขึ้น 0.2% สูงกว่า0.1% ตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟด ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐาน เพิ่มขึ้น 0.2% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
การรายงานข้อมูลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อมีขึ้นท่ามกลางความวิตกกังวลในตลาดพันธบัตร และก่อนการประชุมประจำปีของคณะกรรมการกำหนดนโยบายเฟดที่เมืองแจ็กสันโฮลในสัปดาห์นี้ ซึ่งประธานเควิน วอร์ช จะกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับแผนการในอนาคตของธนาคารกลาง
เอลเลน เซนต์เนอร์ หัวหน้านักยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของ Morgan Stanley Wealth Management กล่าวว่า ข้อมูลนี้ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนทิศทางสำหรับการประชุมในเดือนกันยายน แต่หากข้อมูลชุดต่อๆ ไปยังคงชี้ไปในทิศทางเดียวกัน เฟดอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้นให้ต้องปรับเปลี่ยนท่าทีจากการรอดูสถานการณ์
การประชุมครั้งถัดไปของเฟดมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนกันยายน ซึ่งทำให้การตัดสินใจด้านนโยบายกลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นมักจะมีผลประกอบการอ่อนแอตามสถิติในอดีต
ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch บ่งชี้ว่าโอกาสที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนอยู่ที่ 38.1%
นักลงทุนรอผลผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดรายไตรมาสถึงสถานะของกระแสการลงทุนในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจากตลาดปิดทำการ และจะเป็นบททดสอบสำคัญต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิป
หุ้น Nvidia ลดลง 1.6% ก่อนการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส
หุ้น Meta เพิ่มขึ้น 1% หลังบรรลุข้อตกลงกับอัยการสูงสุดของรัฐต่างๆ ในคดีฟ้องร้องที่กล่าวหาว่าแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียของบริษัทก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานอายุน้อย โดยบริษัทตกลงที่จะจ่ายเงินสูงสุดถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์
หุ้นของ CrowdStrike บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ปรับตัวขึ้น 2% ก่อนการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 หลังตลาดปิดทำการ
ในดัชนี S&P 500 หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ลดลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1%
หุ้น Moderna ลดลง 5.8% หลังจากที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันอังคาร อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังคงยืนอยู่ในระดับที่สูงกว่าช่วงก่อนที่บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลการทดลองวัคซีนรักษามะเร็งระยะท้ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (ซึ่งทำร่วมกับ Merck หรือ MRK.N)
หุ้น Intuit บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ TurboTaxลดลง 3.2% หลังจากที่ คาดการณ์รายได้ประจำปีต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
หุ้น J.M. Smucker บริษัทผู้ผลิตกาแฟ Folgers ปรับตัวสูงขึ้น 4.3% หลังจากที่คาดการณ์ว่ายอดขายประจำปีจะลดลงในอัตราที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ กระทรวงพาณิชย์ รายงานยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 1.1% สูงกว่า 0.4% ที่นักวิเคราะห์คาด แต่หากไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เพิ่มขึ้น 0.2%
กระทรวงพาณิชย์ยังเปิดเผย ประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2 ครั้งที่ 2 ว่า ขยายตัว 1.5% ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 แต่ต่ำกว่า 2.1% ในไตรมาส 1
ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัว นักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานเกี่ยวกับประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ตลาดเพิ่มคาดการณ์ขึ้นเล็กน้อยว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าหลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ สูงกว่าคาด
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 656.41 จุด ลดลง 0.07 จุด, -0.01%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,878.12 จุด ลดลง 8.04 จุด, -0.07%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,462.39 จุด เพิ่มขึ้น 23.19 -จุด, +0.27%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,285.96 จุด เพิ่มขึ้น 19.82 -จุด, +0.08%
แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านระบุว่า ทางการอิหร่านและโอมานกำลังอยู่ระหว่างการหารือรายละเอียดข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่เคยรองรับปริมาณการขนส่งน้ำมันและก๊าซถึงหนึ่งในห้าของปริมาณการขนส่งทั่วโลก ก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวยังคงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่สหรัฐฯ จะต้องปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของอิหร่าน แม้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบลดลงต่ำกว่าระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ราคาที่ยังคงอยู่ในระดับสูงของน้ำมันเบนซินและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปก็ทำให้ประเด็นเรื่องเงินเฟ้อยังคงเป็นสิ่งที่ยุโรปให้ความสำคัญอย่างมาก
เศรษฐกิจยุโรปยังคงมีความแข็งแกร่งและรับมือกับวิกฤตราคาพลังงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งช่วยรักษาความเชื่อมั่นในเชิงบวกของนักลงทุนเอาไว้ได้ และผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น จนนำไปสู่การลดการออมและหันมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
รายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล (PCE)ของสหรัฐ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้มีการคาดการณ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
หุ้นกลุ่มธนาคารยุโรป ปรับตัวขึ้นนำตลาดโดยบวก 1% โดยหุ้น Deutsche Bank พุ่งขึ้น 4.3% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2011 ขณะที่หุ้น Commerzbank ปรับตัวขึ้น 2.8%
แหล่งข่าวระบุว่า Lars Klingbeil รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเยอรมนี มีแผนที่จะหารือกับ Andrea Orcel ซีอีโอของ UniCredit (ซึ่งถือเป็นการหารือโดยตรงครั้งแรกของทางการเยอรมนีเกี่ยวกับความพยายามของ UniCredit ในการเข้าซื้อกิจการ Commerzbank
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าว 3 รายว่า ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) พร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเพื่อรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในอิหร่าน แม้ยังลังเลที่จะส่งสัญญาณถึงการคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมหลังจากนั้นก็ตาม
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของบริษัท Nvidia ซึ่งมีกำหนดหลังตลาดยุโรปปิดทำการ เพื่อประเมินสัญญาณบ่งชี้ว่ากระแสการใช้จ่ายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI จะยังคงแข็งแกร่งพอที่จะรองรับความคาดหวังของตลาดที่อยู่ในระดับสูงได้หรือไม่
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ลดลง 0.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ลดลงมากที่สุดโดยร่วงลง 1%
หุ้น SAP บริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติเยอรมันลดลง 2.9% และเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดดัชนีอ้างอิง หลังจากที่ Intuit ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ของสหรัฐฯ เปิดเผยคาดการณ์ผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ประกอบกับ UBS ได้ปรับลดคำแนะนำหุ้นของแห่งนี้ลงมาอยู่ที่ระดับ “ถือ” (neutral)
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนตุลาคมลดลง 13 เซนต์ หรือ 0.16% ปิดที่ 82.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนลดลง 74 เซนต์ หรือ 0.84% ปิดที่ 87.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

