HoonSmart.com>>’กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์'(GULF) ลงขันทางอ้อม 60% 3 โรงไฟฟ้าพลังงานลม รวม 208 MW บริษัทร่วมทุนเซ็นกู้ 6 แบงก์ไทย-ตปท. 8,600 ล้านบาท นาน 22 ปี ลุยโครงการลงทุน 1.17 หมื่นล้านบาท นัดโกยรายได้ขายไฟปี 70 สัมปทาน 25 ปี ด้านทริสฯคงเรทติ้ง ‘AA-‘หุ้นกู้ใหม่กัลฟ์ฯ 2 หมื่นล้าน ชูจุดแข็งธุรกิจผลิตไฟฟ้า หนุนกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้จากสัญญาซื้อขายไฟระยะยาว แถมเงินปันผล ADVANC แต่ถูกจำกัดจากแผนใช้จ่ายเงินลงทุนขนาดใหญ่ในระยะปานกลาง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้เข้าลงทุนในบริษัท อีสานพลังงานสะอาด บริษัท อัลฟ่า ทู โปรเจค โดยถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วน 60% ผ่านบริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี (GRE) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้น 100% ร่วมกับบริษัท อัลฟา เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้ง ซึ่งถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วน 40%
วัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานพลังงานลมในประเทศไทยจำนวน 3 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 208 เมกะวัตต์ (MW) ภายใต้ระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง
บริษัทร่วมทุนทั้ง 3 แห่งได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่อัตรารับซื้อไฟฟ้าคงที่ 3.1014 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 25 ปี และมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2569 บริษัทร่วมทุนทั้ง 3 แห่งได้ลงนามในสัญญาเงินกู้เรียบร้อยแล้ว วงเงินรวมไม่เกิน 8,600 ล้านบาท หรือประมาณ 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีระยะเวลาการกู้ 22 ปี กับสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศรวม 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน ธนาคารทหารไทยธนชา Sumitomo Mitsui Banking Corporation สาขาสิงคโปร์ และ Bank of China สาขาฮ่องกงและสิงคโปร์
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย โครงการอีสานพลังงานสะอาด ตั้งอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร มีกำลังการผลิตติดตั้ง 90 เมกะวัตต์ โครงการอัลฟ่า ทู ตั้งอยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีกำลังการผลิตติดตั้ง 70 เมกะวัตต์ รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น 208 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้ง 3 แห่งมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 11,700 ล้านบาท หรือประมาณ 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทางด้านบริษัททริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาทและมีอายุไม่เกิน 10 ปีของ บริษัท กัลฟ์ฯ ที่ระดับ “AA-” โดยบริษัทจะนำเงินไปใช้ขยายธุรกิจและ/หรือชำระหนี้ พร้อมกันนี้ ทริสฯยังคงอันดับเครดิตองค์กร ที่ระดับ “AA-” และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบัน ที่ระดับ “AA-” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” ด้วย
อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะที่แข็งแกร่งของบริษัทในธุรกิจผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย รวมถึงการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่และกระจายตัวดี ตลอดจนกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้จากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว นอกจากนี้ การพิจารณาอันดับเครดิตยังครอบคลุมไปถึงเงินปันผลจำนวนมากที่บริษัทได้รับจากการลงทุนในหลายกิจการ โดยเฉพาะใน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็ถูกจำกัดจากแผนการใช้จ่ายเงินลงทุนขนาดใหญ่ในระยะปานกลางของบริษัท
ผลการดำเนินงานของบริษัทยังคงเป็นที่น่าพอใจในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดย EBITDA (ซึ่งไม่นับรวมเงินปันผลรับพิเศษจาก ADVANC จำนวน 2.29 หมื่นล้านบาท) นั้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.62 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ทริสฯคาดว่ากระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากโครงการโรงไฟฟ้าในปัจจุบันและโรงไฟฟ้าใหม่ที่พัฒนาแล้วเสร็จสมบูรณ์ของบริษัทรวมถึงเงินปันผลรับจากบริษัทร่วมต่าง ๆ จำนวนมากจะช่วยรักษาอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ให้อยู่ที่ระดับไม่เกิน 7 เท่าได้ แม้จะมีเงินลงทุนตามแผนจำนวนมากในช่วง 3 ปีข้างหน้าก็ตาม ในขณะที่สถานะสภาพคล่องก็น่าจะยังได้รับการสนับสนุนจากแหล่งเงินสดจำนวนมาก ประกอบกับความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับธนาคารต่าง ๆ และความสามารถในการเข้าถึงตลาดทุนภายในประเทศ
ณ เดือนมิ.ย. 2569 หนี้สินรวมของบริษัทซึ่งไม่นับรวมหนี้สินตามสัญญาเช่ามีจำนวนทั้งสิ้น 4.24 แสนล้านบาท โดยเป็นหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนจำนวน 1.95 แสนล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวม อยู่ที่ระดับ 46% ทั้งนี้ ทริสฯคาดว่าบริษัทจะรักษาอัตราส่วนดังกล่าวให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 50% เอาไว้ได้แม้บริษัทจะมีแนวโน้มที่จะใช้เงินกู้โครงการในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ในอนาคตก็ตาม
แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนความคาดหมายของทริสฯว่าโครงการโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ในปัจจุบันของบริษัทจะยังมีผลการดำเนินงานที่มั่นคงและสร้างกระแสเงินสดที่แน่นอนได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจะแล้วเสร็จตามกำหนดเวลาและอยู่ภายในงบประมาณที่วางไว้ นอกจากนี้ ตัวชี้วัดเครดิตต่าง ๆ ของบริษัทจะยังคงสอดคล้องกับประมาณการกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งด้วยเช่นกัน
ปัจจุบัน GULF มีหุ้นกู้รวมประมาณ 45 ชุด ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2569-2579 ด้านราคาหุ้น ปิดที่ 63 บาท ลดลง 1 บาท หรือ-1.56% ณ วันที่ 24 ส.ค.2569
