HoonSmart.com>>พาณิชย์ เดินหน้ายกระดับเอสเอ็มอี ดันอุดหนุนคนละครึ่ง – ซื้อแฟรนไชส์ -ดอกเบี้ยพิเศษ 3% -พร้อมกวาดล้างนอมินี -คุมเข้มภาษีสินค้านำเข้า
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวในงาน “SME ต้องรอด 2026: Unlock New Possibilities” ในหัวข้อ “โอกาสและทางรอดของเศรษฐกิจ และ SME ไทย” โดยย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับและเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ SME เพื่อแก้ปัญหา pain point ที่เกิดขึ้น ทั้งการสนับสนุนการลงระบบบัญชี การให้ความรู้เรื่องการตั้งราคาสินค้า การสร้างแบรนด์ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานสินค้าเพื่อการส่งออกด้วยการนำนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้ ผ่านโครงการ DBD Academy ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งได้ฝึกอบรมผู้ประกอบการไปแล้วหลายหมื่นรายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้คำแนะนำตั้งแต่ผู้ที่มีเพียงไอเดียไปจนถึงผู้ที่มีสินค้าพร้อมขยาย scale สร้างเรื่องราว และพัฒนามาตรฐานสู่การส่งออก
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์เพื่อช่วยแก้ปัญหาขาดเงินทุน กำลังคน หรือสถานที่ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการเปลี่ยนธุรกิจปกติให้เป็นระบบแฟรนไชส์
ยกตัวอย่างความสำเร็จของไก่ย่าง 5 ดาว หรือชายสี่หมี่เกี๊ยวที่มีสาขาทั่วประเทศ ควบคู่กับการทำงานร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank) ในการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยพิเศษ 3% ให้แก่ทั้งเจ้าของแฟรนไชส์และผู้ซื้อแฟรนไชส์ (Franchisee) สำหรับแฟรนไชส์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานกว่า 500 ราย พร้อมมาตรการอุดหนุนค่าธรรมเนียมจากกระทรวงพาณิชย์ครึ่งหนึ่ง เช่น แฟรนไชส์มูลค่า 20,000 บาท รัฐช่วย 10,000 บาท ส่วนที่เหลือสามารถกู้ SME Bank ได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถเริ่มธุรกิจแฟรนไชส์ขนาดเล็ก เช่น ลูกชิ้นทอดหรือขนมกุยช่าย ได้ทันที
ในด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม กระทรวงฯ ได้ส่งเสริมการขอรับรองสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้มากกว่า 2.5 เท่า เช่น ส้มโอทับทิมสยามที่ราคาปรับสูงขึ้นจากลูกละประมาณ 100 บาท เป็น 500 บาท
พร้อมทั้งสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมด้วยการบูรณาการร่วมกับ 13 หน่วยงาน ปราบปรามนอมินีใน 45 พื้นที่ 13 จังหวัด จนส่งผลให้จำนวนผู้กระทำผิดลดลงอย่างต่อเนื่องถึง 50% ในช่วงมกราคม–กุมภาพันธ์ และลดลงอีกกว่า 70% ในช่วงสิงหาคม รวมถึงการบังคับใช้มาตรการ safeguard ร่วมกับกรมศุลกากร จัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าตั้งแต่บาทแรกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อป้องกันสินค้าไร้คุณภาพและการทุ่มตลาด
พร้อมกันนี้ ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 ด้านหลัก ได้แก่ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Digital Economy รวมถึงด้านการค้าต่างประเทศ ที่มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน และคณะทำงานด้านเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SME ที่มีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน โดยเน้นการแก้ปัญหา ปลดล็อกกฎระเบียบโดยไม่พึ่งพางบประมาณเพื่อสร้างผลลัพธ์ภายใน 6 เดือน ถึง 1 ปี
ควบคู่กับการดึงกลุ่มทุนใหญ่ (พี่ใหญ่) เข้ามาช่วยพยุงและดึง SME เข้าสู่ Supply Chain ตลอดจนการสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ (ยูนิคอร์น/เพชรน้ำหนึ่ง) ออกสู่ตลาดต่างประเทศ
สุดท้ายนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เสนอ 5 ทางรอดสำคัญสำหรับ SME ไทย ได้แก่ 1. เปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาเป็นการแข่งขันด้านคุณค่าและมาตรฐาน 2. เปลี่ยนจากการขายสินค้าเป็นการสร้างแบรนด์และประสบการณ์ 3. เปลี่ยนการตัดสินใจด้วยประสบการณ์เป็นการใช้ข้อมูล (Data-driven) 4. เปลี่ยนการขายช่องทางเดียวเป็นการหาช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย และ 5. เปลี่ยนการทำงานคนเดียวเป็นการสร้างเครือข่ายพันธมิตรและ Community เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
