HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับที่ 1,600 และ 1,585 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,655 จุด จับตา 5 ปัจจัย การประชุมกนง. (26 ส.ค.) ตัวเลขส่งออกเดือนก.ค. ถ้อยแถลงของประธานเฟด สถานการณ์ในตะวันออกกลางและฟันด์โฟลว์ ด้านธนาคารกสิกรไทยมองกรอบค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือนที่ 32.64 บาทต่อดอลลาร์ฯ
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้นสัปดาห์ถัดไป (24-28 ส.ค. 2569) ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,600 และ 1,585 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,630 และ 1,655 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (26 ส.ค.) ตัวเลขส่งออกเดือนก.ค. ของไทย ถ้อยแถลงของประธานเฟดจากการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคา PCE/Core PCE รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนก.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ กำไรบริษัทอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ของจีน
SET index ดีดตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขจีดีพีไทยไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาดีกว่าคาดแม้จะชะลอลง และสศช. ก็ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีไทยปีนี้จาก 2.0% เป็น 2.2% ส่งผลให้มีแรงซื้อกระจายในหุ้นหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มแบงก์
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นทยอยลดช่วงบวกจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ตามแรงขายหลักๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติหลังตอบรับปัจจัยบวกข้างต้นไปแล้ว ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด
ทั้งนี้ หุ้นที่ร่วงนำตลาดได้แก่ หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวลงตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ รวมถึงหุ้นแบงก์ใหญ่แห่งหนึ่งจากประเด็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลดสัดส่วนการถือหุ้นลง ดัชนีหุ้นแกว่งตัวกรอบแคบในเวลาต่อมาก่อนจะพลิกกลับมาปิดบวกในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน (รับข่าวบล.ต่างชาติปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน) นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์เข้ามาหนุนด้วยเช่นกัน
ในวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,613.78 จุด เพิ่มขึ้น 0.29% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 81,954.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.53% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.11% มาปิดที่ระดับ 230.28 จุด
ส่วนค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 24-28 ส.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอ ทำให้ตลาดมองว่า เฟดอาจไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบใกล้ ๆ นี้ นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยบวกจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของไทยที่ชะลอตัวน้อยกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วน สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง (หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไร้ข้อยุติ ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา)
เงินบาทพลิกแข็งค่าผ่านแนว 33.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือนที่ 32.64 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่า หลังรมว. คลังสหรัฐฯ ออกมาส่งสัญญาณว่า อาจพิจารณาเพิ่มปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวมากกว่าที่ประกาศไว้ นอกจากนี้สกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียยังแข็งค่าขึ้นตามเงินเยนที่มีแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อฟื้นฐานของญี่ปุ่นที่เร่งตัวขึ้นในเดือนก.ค. ซึ่งหนุนโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น
ในวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.67 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (14 ส.ค.)
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 17-21 ส.ค. 2569 นั้นขายสุทธิหุ้นไทย 3,456 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทยที่ 3,923 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 1,412 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 2,511 ล้านบาท)
