“คิงส์ฟอร์ด” วางแนวรับ SET วันนี้ 1,590-1,600 จุด บอนด์ยีลด์ผันผวนสูง

HoonSmart.com>> บล.คิงส์ฟอร์ด คาดแนวโน้มดัชนีวันนี้ มีโอกาสชะลอตัว หลัง US Bond Yied 10 ปี – 30 ปี ยังผันผวนสูง รอผลการประชุมแจ็คสัน โฮลในสัปดาห์หน้า ตลาดหุ้นสหรัฐฯร่วงแรง วางแนวรับ SET 1,590 – 1,600 จุด แนวต้าน 1,620 จุด แนะซื้อ TIDLOR, BDMS

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,590 – 1,600 จุด แนวต้าน 1,620 จุด คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัว หลัง US Bond Yied 10 ปี & 30 ปี ยังผันผวนสูง และยังรอผลการประชุมแจ็คสัน โฮลในสัปดาห์หน้า แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,GULF,GPSC,GUNKUL,ADVANC,BJC,CRC,BH,BDMS,BCH เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensive Play เก็งกำไรระยะสั้น PTT,PTTEP หลังราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น

ด้านลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -1.32%, S&P500 -0.87%, Nasdaq -1.0% จากแรงขายกลุ่มสินค้าอุปโภค -1.93%, บริการสุขภาพ -1.89% ถูกกดดันจาก US Bond Yield 10 & 30 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.704% และ 5.259% ตามลำดับ แม้ว่า กระทรวงคลังสหรัฐประกาศจะซื้อคืนพันธบัตรอายุ 10, 20 และ 30 ปี โดยจะเพิ่มวงเงินจากเดิม 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในแต่รอบ เริ่มตังแต่ 9 ก.ย. – 4 พ.ย. เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด ขณะที่กลุ่มพลังงาน +0.38% ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ +2.3% อยู่ที่ 87.83 เหรียญ/บาร์เรล

ส่วน Warmart -9.2% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมาต่ำกว่าคาด สาเหตุมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค

ทางข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 6,000 อยู่ที่ 206,000 ต่ำกว่าคาดที่ 210,000 ราย และค่ำวันนี้ติดตาม US PMI ภาคการผลิต & บริการ เบื้องต้น ส.ค.

ขณะที่ US Bond Yield ยังมีความผันผวนสูง ส่งผลลบต่อหุ้นในกลุ่มอิเล็ก ฯ, โรงไฟฟ้า จากความกังวลต่อต้นทุนทางการเงินที่อาจปรับสูงขึ้น โดยภาพรวม Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติในตลาดอาเซียนวานนี้ยังมียอดซื้อสุทธิ +58.5 ล.ดอลลาร์สหรัฐ หลัง ก.คลังสหรัฐได้เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐเป็น 2 เท่า

หุ้นเด่นแนะนำ TIDLOR (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 23.70 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 2H69 เติบโต YoY ได้โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อ โดยจะปรับลดความเข้ามงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ลง สะท้อนการมองคุณภาพสินทรัพย์และการจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น ซึ่งตั้งเป้า NPL ไว้ในกรอบ 1.5-1.8% และลดระดับ credit cost เหลือ 2.0-2.5%

ส่วนแนวโน้มปี 69 บริษัทตั้งเป้าการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม 5-10%YoY ได้ประโยชน์จาก NIM ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้อิงจาก consensus ปี 69-70 ตลาดคาดกำไรสุทธิ 5.81 พันล้านบาท +18%YoY และ 6.28 พันล้านบาท +8%YoY

หุ้น BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท) แนวโน้มการดำเนินงานใน 3Q69 มีโอกาสเห็นการฟื้นตัวดี หนุนด้วยปัจจัยตามฤดูกาล โดยเดือนก.ค.69 ที่ผ่านมา Volume ผู้ป่วยสามารถเติบโตได้ High Single Digit%YoY ด้านรายได้ผู้ป่วยไทย +9%YoY หนุนด้วยรายได้ Preventive Care รวมถึง Operating Room U-rate ที่สูงขึ้น ผ่านการตลาดที่เข้มข้น การร่วมงานกับประกันฯ และการดึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ

ส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ +6%YoY หนุนด้วยผู้ป่วย USA, เมียนมาร์, ยุโรป แม้ว่าจะยังมีปัจจัยกดดันมาจากผู้ป่วยกัมพูชาและตะวันออกกลาง แต่ฐานรายได้ผู้ป่วยกัมพูชาต่ำแล้วใน 3Q69 ขณะที่รายได้กลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง -10%YoY แต่เป็นลบน้อยลงจาก 2Q69 ที่ -13%YoY

 
 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–