AOT อวด 9 เดือนกำไร14,812 ลบ.จ่อเปิด’ดิวตี้ฟรี’ขาเข้า เปิดประมูลพื้นที่รอบนอก

HoonSmart.com>>”ท่าอากาศยานไทย” (AOT) เผยไตรมาส 3 กำไรสุทธิ 4,442 ล้านบาท โต 14.93% รวม 9 เดือน (ต.ค68-มิ.ย.69)  กำไร  14,812 ล้านบาท เพิ่ม 3.86% รายได้ 50,205 ล้านบาท ลดลง 1.39% สวนทางจำนวนเที่ยวบิน-ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น  เร่งเพิ่มรายได้ เล็งเปิดช่องทางพิเศษ-เปิดดิวตี้ฟรี ขาเข้า-บริหารหลุมจอด -เดินหน้าพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยาน เปิดเอกชนร่วมลงทุน คุยกลุ่มโลจิสติกส์สนใจ 3-4 ราย ช่วยลดขั้นตอนส่งออก-นำเข้าเหลือ 3 ชั่วโมง

 นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.2568-มิ.ย.2569) AOT มีกำไรสุทธิ 14,812.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 549.96 ล้านบาท หรือ 3.86% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 50,205 ล้านบาท ลดลง 1.39% จากการขายหรือการให้บริการลดลง 707.73 ล้านบาท หรือ 1.39% จากการลดลงของรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 1,404.29 ล้านบาท หรือ 5.56% ในขณะที่รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินเพิ่มขึ้น 696.56 ล้านบาท หรือ 2.72% ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 815.44 ล้านบาท หรือ 2.55%

ทั้งนี้ไตรมาสที่ 3 (เม.ย.-มิ.ย.2569 ) มีกำไรสุทธิ 4,441.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 576.88 ล้านบาท หรือ 14.93% จากช่วงเดียวกันปีก่อนกำไรสุทธิ 3,864.80 ล้านบาท

กำไรและรายได้ใน 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ มีจำนวนเที่ยวบินรวม 605,838 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 0.61% แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 340,118 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 265,720 เที่ยวบิน มีจำนวนผู้โดยสารรวม 99.03 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.84% แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 60.24 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 38.79 ล้านคน

สำหรับแผนเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการควบคู่กับการเพิ่มรายได้นั้น AOT พิจารณาเพิ่มรูปแบบการให้บริการแบบ Premium Service ซึ่งเป็นบริการช่องทางพิเศษที่ท่าอากาศยานชั้นนำทั่วโลกนำมาใช้ เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกรวดเร็วให้แก่ผู้โดยสาร รวมทั้งช่วยบริหารจัดการและลดความแออัดภายในอาคารผู้โดยสาร นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิดให้บริการร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) ขาเข้า เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกในการใช้บริการแก่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศ อีกทั้งจะเพิ่มแนวทางเพื่อการบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยานให้สามารถรองรับเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้น

AOT ยังคงเดินหน้าผ่านการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยานของ AOT ด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจมาร่วมลงทุนเพื่อต่อยอดรายได้ระยะยาว โดยขณะนี้มีรายได้เพิ่มจากกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่ อาทิ การให้เช่าที่ดินแปลงศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มเติม ที่จอดรถยนต์ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ อีกทั้ง แปลงถนนวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะนี้มีเอกชนสนใจลงทุน 3-4 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ด้านการขนส่งสินค้าและบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีศักยภาพในการเชื่อมต่อระบบการขนส่งสินค้าทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศได้สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น จึงคาดว่าหากเปิดให้บริการจะช่วยลดระยะเวลากระบวนการส่งออก และนำเข้าสินค้าทางอากาศเหลือเพียง 3 ชั่วโมง

AOT มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสบการณ์เดินทางที่ดีเยี่ยมในระดับสากล ครอบคลุมทั้งด้านความสะดวก ปลอดภัย ทันสมัย และเป็นมิตรกับผู้โดยสาร ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการบริหารท่าอากาศยาน ไปพร้อมกับการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World-class Aviation Hub) ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของชาติต่อไป

ราคาหุ้น AOT  ปิดที่ 65 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาทหรือ+2.36%  เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา