‘ราช กรุ๊ป’กำไรครึ่งปี 2,628 ล้านบาท จ่อผลิตไฟฟ้าทดแทนอีก 76.6 MW

HoonSmart.com>>ราช กรุ๊ป (RATCH) ประกาศครึ่งปีแรก กำไรสุทธิ 2,628 ล้านบาท  EBITDA  7,620 ล้านบาท รักษาประสิทธิภาพเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักสร้างรายได้ต่อเนื่อง  ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนให้ผลตอบแทนดี  คาดว่าปีนี้จะเดินเครื่อง  2 โครงการ รวมกำลังผลิตตามการถือหุ้น 76.6 เมกะวัตต์  พร้อมมองหาโอกาสลงทุนใหม่ ยันการเงินแกร่ง DE 1.15 เท่า  ROE 10.56%

บริษัท ราช กรุ๊ป (RATCH) รายงานผลประกอบการงวดไตรมาสที่ 2/2569 มีกำไรสุทธิ 1,399.73 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.64 บาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,057.45 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.95 บาท รวมครึ่งปีนี้กำไรทั้งสิ้น 2,627.98 ล้านบาท หรือ 1.21 บาทต่อหุ้น ลดลงจากที่มีกำไรสุทธิ 3,277.11 ล้านบาทหรือ 1.51 บาทต่อหุ้นในช่วงเดียวกันปีก่อน

ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 7,620 ล้านบาท มีรายได้รวม 26,015 ล้านบาท โดยสัดส่วน 96% มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า คิดเป็นจำนวนเงิน 24,866 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก 90%เท่ากับ 22,506 ล้านบาท และรายได้จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 10% เป็นจำนวน 2,360 ล้านบาท ส่วนรายได้อื่นๆ อีก 4% เป็นเงิน 1,149 ล้านบาท

นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน/2569 ของบริษัทฯ มุ่งเน้นการรักษาประสิทธิภาพการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก เพื่อดำรงความพร้อมจ่าย และคงความสามารถในการสร้างรายได้ให้ต่อเนื่อง ขณะที่ผลการดำเนินงานกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ได้รับผลบวกมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในกลุ่มบริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมสตาร์ฟิชฮิลล์, เมาท์เอเมอรัลด์ และคอลเล็กเตอร์ ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป. ลาว ที่ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการน้ำครึ่งปีแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ในครึ่งปีแรก บริษัทฯ ได้ติดตามโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งมีความก้าวหน้าและคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องในปีนี้ 2 โครงการ รวมสัดส่วนกำลังผลิตตามการถือหุ้น 76.6 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ NPSI ในฟิลิปปินส์ สัดส่วนกำลังผลิตตามการถือหุ้น 71.05 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำซองเกียง 1 กำลังผลิตตามการถือหุ้น 5.55 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ในประเทศไทย อินโดนีเซีย รวมถึงแสวงหาการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านไฟฟ้า และพลังงานที่มีศักยภาพอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายนิทัศน์กล่าว

สำหรับฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 มีสินทรัพย์รวม 245,655 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 131,235 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 114,420 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ยังคงมีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.15 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) 10.56%