บล.กสิกรฯให้รอรับ1,560 จุดสัปดาห์หน้า รอ GDP-ฟันด์โฟลว์-ตะวันออกกลาง

HoonSmart.com>>บล.กสิกรไทยให้แนวรับ 1,585 และ 1,560 จุด ส่วนแนวต้าน 1,620 และ 1,630 จุด  ลุ้นตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/69 วันจันทร์นี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนค่าเงินบาทธนาคารกสิกรไทยมองกรอบระดับ 32.90-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาแข็งค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์ที่ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมองหุ้น สัปดาห์ถัดไป (17-21 ส.ค. 2569)ว่า ดัชนีหุ้นมีแนวรับที่ 1,585 และ 1,560 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,620 และ 1,630 จุด ตามลำดับ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของไทย (สภาพัฒน์นัดแถลงข่าววันจันทร์ที่ 17 ส.ค.2569) สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนส.ค. (เบื้องต้น) บันทึกการประชุมเฟด รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของญี่ปุ่น การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนส.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ค. ของจีน อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนส.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ

สัปดาห์ที่ผ่านมา SET index ดีดตัวขึ้นในช่วงแรกตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค ซึ่งมีแรงหนุนจากคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด โดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นนำตลาด รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลกที่ฟื้นตัวขึ้น

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นร่วงลงในเวลาต่อมาก่อนวันหยุดของตลาดในประเทศ (12 ส.ค.) โดยตลาดกลับมากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เนื่องจากประเมินว่า การเจรจาข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่น่าจะบรรลุได้ในเร็ว ๆ นี้

ดัชนีหุ้นแกว่งตัวกรอบแคบก่อนจะปรับตัวลงในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยแม้จะมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง ซึ่งกระตุ้นคาดการณ์ที่ว่าเฟดมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะคงดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือนก.ย. แต่รายงานข่าวซึ่งระบุว่าสหรัฐฯ ประกาศเตือนว่าจะใช้มาตรการทางเศรษฐกิจแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนต่ออิหร่าน ส่งผลให้ตลาดกลับมาระมัดระวังในการลงทุน โดยเกิดแรงขายทำกำไรหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มแบงก์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของไทยซึ่งจะประกาศในสัปดาห์หน้าด้วยเช่นกัน

ในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,609.06 จุด ลดลง 0.18% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 72,828.53 ล้านบาท ลดลง 6.67% ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.19% มาปิดที่ระดับ 227.76 จุด

ทางด้านธนาคารกสิกรไทยคาดการณ์แนวโน้มค่าเงินบาท สัปดาห์ระหว่างวันที่ 17-21 ส.ค. 2569 มองกรอบการเคลื่อนไหว ที่ระดับ 32.90-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าผ่านระดับ 33.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์ที่ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับทิศทางแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังคงเผชิญแรงขาย หลังตัวเลขตลาดแรงงานและข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชะลอลง ซึ่งทำให้ตลาดลดโอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนก.ย. นี้

อย่างไรก็ดี เงินบาทล้างช่วงบวกทั้งหมดและทยอยอ่อนค่ากลับมาสอดคล้องกับแรงขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติและจังหวะแรงขายทำกำไรในตลาดทองคำ หลังจากที่ราคาทองคำในตลาดโลกไม่สามารถยืนเหนือแนว 4,400 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ได้ นอกจากนี้ สกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียยังขยับอ่อนค่าลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ไร้ข้อสรุปของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และสัญญาณความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (7 ส.ค.)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 10-14 ส.ค. 2569 นั้นซื้อสุทธิหุ้นไทย 418 ล้านบาท แต่ขายสุทธิพันธบัตรไทย 13,832 ล้านบาท