HoonSmart.com>>ก.ล.ต. เผยครึ่งแรกปี ’69 ลงทุนยั่งยืนโตแรง Thai ESG พุ่ง 89% พร้อมลุยปราบโกง-ปรับทางแพ่งกว่า 660 ล้านบาท
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานว่า 6 เดือนแรกของปี 2569 ผลิตภัณฑ์การลงทุนในกลุ่มความยั่งยืนได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งตราสารหนี้และกองทุนรวม
ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน(เฉพาะตราสารหนี้ภาค เอกชน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.) มียอดเสนอขายรวม 25,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,200 ล้านบาท หรือ 4.94% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 (YoY) ซึ่งมีมูลค่าการเสนอขาย 24,300 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการระดมทุนเพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
กองทุนรวม Thai ESG มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ณ 30 มิถุนายน 2569 พุ่งแตะ 69,600 ล้านบาท โต 89.05% YoY ผลจากการปรับเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีจาก 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท และลดระยะเวลาถือครองเหลือ 5 ปี จาก 8 ปี
กองทุนรวม SRI Fund NAV ขยับขึ้น 74.58% YoY มาอยู่ที่ 143,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61,333 ล้านบาท หรือ 74.58% จาก 82,244 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 และเพิ่มขึ้น 16.23% จากสิ้นปี 2568 โดยมีจำนวนกองทุนเพิ่มขึ้น 18 กองทุน หลังมีการเปิดตัวกองทุน Thai ESGX
นอกจากนี้ ยังพบว่ามี บลจ. ที่เพิ่มความสำคัญในการบริหารจัดการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยมีกองทุนรวม ESG-non SRI ที่ยกระดับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนเป็น SRI Fund อีก 9 กองทุนด้วย
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมกองทุนรวมโดยรวมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ วันที่ 30 มิถนายน 2569 มี NAV รวม 6.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.51% YoY ขณะที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมี NAV ขยับขึ้นมาที่ 1.70 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.19% YoY
สำหรับ ผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามทุจริตและการหลอกลวงลงทุนในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา โดย “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ได้รับการแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษาแก่ประชาชนรวม 4,530 ครั้ง พุ่งขึ้นมากกว่า 150% YoY และได้ประสานงานปิดกั้นช่องทางหลอกลวงบนโซเชียลมีเดียไปแล้ว 374 ครั้ง
ขณะเดียวกัน ในฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัล มีการระงับ “บัญชีม้า” สะสมพุ่งสูงถึง 60,968 บัญชี ณ สิ้นเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 27.83% จากสิ้นปี 2568
ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย ก.ล.ต. ได้ดำเนินคดีอาญาโดยกล่าวโทษผู้กระทำผิดรวม 23 คดี (ผู้ต้องหา 67 ราย) และเปรียบเทียบปรับ 108 ราย รวมเป็นเงิน 30 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในมาตรการลงโทษทางแพ่ง มีผู้กระทำผิดยินยอมปฏิบัติตามมาตรการ 29 ราย จาก 7 คดี คิดเป็นค่าปรับทางแพ่งรวม 662.70 ล้านบาท และการชดใช้เงินคืนเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับอีก 519.44 ล้านบาท ซึ่งได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเรียบร้อยแล้ว
ส่วนผู้กระทำผิดที่ไม่ยินยอมอีก 17 ราย ก.ล.ต. ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ ฟ้องร้องต่อศาลแพ่งในอัตราโทษสูงสุดตามกฎหมาย

