บ้านหลังใหม่ ต้องมี’ผนังอิฐมวลเบา’อยู่เย็นสบาย ลดค่าไฟ 20-30% รักษ์โลก

HoonSmart.com>>บริษัทเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG CBM) ถือหุ้นใหญ่บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ (Q-CON) ยกระดับโรงงานที่จ.สงขลานับเป็นโรงงานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน เพราะมองเห็นโอกาสการเติบโตอีกมากของความต้องการใช้ในประเทศไทย และการส่งออกไปอาเซียน จากอิฐมวลเบาเหมาะในการนำมาใช้สร้างบ้าน ผนังมีรูพรุนระบายความร้อนได้ดี ช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 20-30% ราคาถูกกว่าอิฐแดงประมาณ 20%

“ณรงค์เวทย์ วจนพานิช” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ เล่าให้ฟัง Q-CON เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ผลิตและจำหน่ายคอนกรีตมวลเบามายาวนานกว่า 33 ปี จุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2537 จากการแตกตัว( Spin-Off ) มาจากบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งพบปัญหาเรื่อง”อิฐแดง”ที่ใช้ในการสร้างบ้านขาดแคลนในสถานการณ์น้ำท่วม จึงมองหาวัสดุใหม่มาทดแทน และพบเทคโนโลยีในการผลิต”อิฐมวลเบา” มาพลิกโฉมวงการก่อสร้าง ทั้งนี้อิฐมวลเบาก้อนแรกเกิดขึ้นในยุโรปมากว่า 100 ปี โดยกลุ่มปูนซิเมนต์ไทย (กลุ่มเอสซีจี) เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในปี 2553 มีการยกระดับมาตรฐานและนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ภายในประเทศ ทำให้การใช้อิฐมวลเบาเพิ่มขึ้นมาอยู่เกือบ 40% ขณะที่ในต่างประเทศใช้ 50% แนวโน้มยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกมาก

ปัจจุบัน Q-CON มีส่วนแบ่งตลาดอิฐมวลเบาประมาณ 1 ใน 3 ของยอดขายทั้งประเทศ มีโรงงานจำนวน 6 แห่ง ตั้งอยู่ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมหนองแค จ.สระบุรี นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.อยุธยา นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้จ.ระยองและนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และด้านโลจิสติกส์ เพราะอิฐมวลเบาจะถูกหรือแพงส่วนหนึ่งมาจากค่าขนส่ง โดยมีกำลังการผลิตสูงสุดในประเทศไทย 24 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) ต่อปี เพิ่มขึ้นมากจากอดีตที่มีเพียง 3 ล้าน ตร.ม. โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังใช้อิฐแดงอยู่จำนวนมาก จึงมีการผลิต“Q-CON อิฐคนใต้”ที่เหมาะสำหรับพื้นที่ใกล้ทะเลทนทานต่อไอเค็ม เพื่อขยายฐานลูกค้าได้ตรงเป้าหมาย

Q-CON เติบโตตามโมเดลธุรกิจของกลุ่มเอสซีจี จากความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในงานก่อสร้าง นำ Customer Insight มาผสานกับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด Smart and Green Manufacturing ด้วยระบบ Fully Automation ครบวงจรตั้งแต่การบริหารจัดการวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการจัดเรียงผลิตภัณฑ์  ที่สำคัญลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

เช่นเดียวกับโรงงานที่จ.สงขลา นับเป็นโรงงานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน มีกำลังการผลิต 3.9 ล้านตารางเมตรต่อปี รองรับการเติบโตของตลาดก่อสร้างภาคใต้และอาเซียน พร้อมยกระดับเป็นฐานการผลิตอัจฉริยะด้วยการนำ Automation, Digital Technology มาใช้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การบริหารจัดการวัตถุดิบ การควบคุมการผลิตอัตโนมัติ การตัดและอบไอน้ำ ไปจนถึงแขนกลและระบบจัดเรียงสินค้าอัตโนมัติ รวมถึงการวิเคราะห์ความต้องการตลาดและซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความต่อเนื่อง และความแม่นยำของกระบวนการผลิต รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

“ระบบอัตโนมัติ นอกจากเพิ่มความคล่องตัวในการผลิตแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนได้มาก อาทิ พนักงานในการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 3 เท่า จากเดิมเคยใช้ถึงจำนวน 90 คน ปัจจุบันลดลงเหลือ 26 คน ที่สำคัญพนักงานไม่ต้องแบกของหนักวันละ 6 ตัน ส่วนการผลิตความหนา 7 ซม. เครื่องสามารถแยกบล็อกทั้งสองข้าง นับเป็นเครื่องแรกในเอเชีย ลดระยะเวลาในการผลิตลงเหลือ 3.30 นาที จากเดิมใช้เวลา 6 นาที เพิ่มผลผลิตได้ 1.5 เท่า ”

นอกจากนี้ Q-CON ยังขับเคลื่อน Green Manufacturing ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจะนำโซลาร์เซลมาใช้ คาดประหยัดไฟฟ้าได้ 27% และกำลังศึกษาร่วมกับพันธมิตรในการนำแก๊สชีวมวลมาใช้ด้วยในอนาคต

การดำเนินงานตามแนวคิด Zero Waste และ Circular Economy รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คอนกรีตซึ่งมีโครงสร้างฟองอากาศขนาดเล็กกระจายตัวสม่ำเสมอ ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 20-30% อีกทั้งผลิตภัณฑ์ยังได้รับฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Reduction) สะท้อนถึงกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์

“คิวคอนฯมีส่วนสูญเสียน้อยกว่า 1% สามารถนำวัสดุเหลือใช้มาบดผสมใหม่ ทำให้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบคู่ขนาน ส่วนการนำระบบวาลว์ควบคุมไอน้ำอัตโนมัติ เพิ่มความแม่นยำ ปลอดภัย และประหยัดการใช้ไอน้ำได้เพิ่มขึ้น 30% เทียบกับระบบเดิม ”

“ณรงค์เวทย์” กล่าวว่า อิฐมวลเบายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในระยะยาว ท่ามกลาง”อิฐแดง”ที่มีแนวโน้มลดลง เพราะต้นทุนพลังงานจากแกลบสูงขึ้น ทำให้โรงงานเผาอิฐหายไปและคนปรุงดินลดลง

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าคนไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องประโยชน์ของอิฐมวลเบาอีกมาก ทำให้พลาดโอกาสในการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่า

ดังนั้น Q-CON พร้อมส่งมอบคุณค่า และยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านกลยุทธ์ 3 E คือ

1. Education Marketing-การให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการตลาด อาทิ จัดทีมช่างเทคนิคไปสอนช่างให้คำแนะนำลูกค้าในการเลือกวัสดุที่ดีในการทำผนัง

2.Effective Organization-การสร้างองค์กรที่มีประสิทธิภาพพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง

3.ESG Integration ในการผลิตของดีให้กับลูกค้า

คิวคอนฯได้มอก.999 เล่ม 1-2556 (มาตรฐานการบริหารจัดการองค์กรสู่ความยั่งยืนด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างสมดุล มั่นคงและยั่งยืน

หวังว่าคนไทยจะหันมาใช้”อิฐมวลเบา”มากขึ้น  ในงานก่อสร้าง โดยเฉพาะการสร้างบ้านหลังใหม่ ทำให้บ้านเย็นอยู่สบาย แถมประหยัดค่าไฟฟ้า ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาแพงกว่าการใช้อิฐแดง เพราะระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่นำใช้ได้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างชัดเจน ได้ผลผลิตมากขึ้นแนวโน้มต้นทุนจะถูกลง จึงเป็นทางเลือกที่ดีในภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น