หุ้นปิดพุ่ง 12 จุด DELTA หนุน รายย่อยซื้อ-ต่างชาติขายเล็กน้อย 51 ล้าน

HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นปิดพุ่ง 12.36 จุด ดัชนีแตะ 1,624.36 จุด ได้แรงหนุนหุ้น DELTA บวก 6.49% ดัน SET +16.83 จุด ด้าน STECON ร่วง 5% คาดกังวลกระแสข่าวรัฐคุมและเข้มงวดโครงการ Data Center กระทบ นักลงทุนทั่วไปในประเทศกลุ่มเดียวซื้อสุทธิ 1,266 ล้านบาท ด้านต่างชาติขายสุทธิ 51 ล้านบาท

ตลาดหุ้นวันที่ 10 ส.ค.2569 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,624.36 จุด +12.36 จุด หรือ -0.16% มูลค่าการซื้อขาย 61,741.00 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีแตะสูงสุดที่ 1,630.73 จุด และต่ำสุด 1,621.18 จุด

นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 1,265.79 ล้านบาท ด้านและสถาบันขายสุทธิ 773.40 ล้านบาท รองลงมา บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 441.59 ล้านบาทและต่างชาติขายสุทธิเล็กน้อย 50.80 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) เผยดัชนี SET SET Index ปรับตัวขึ้นแรง โดยมีกลุ่มที่หนุนดัชนีคือ กลุ่มชิ้นส่วนนำโดย DELTA หนุนดัชนี 16.8 จุด (เป็นบริษัทหลักที่หนุน SET) ถัดมาคือ กลุ่มขนส่ง (AOT, THAI) กลุ่มพลังงาน (TOP, BCP, PTTEP) ตามราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ กลุ่ม ICT (TRUE) ฯลฯ Sector ที่กดดัชนี คือ กลุ่มธนาคาร (BBL, SCB) กลุ่มอสังหา (CPN) ฯลฯ

หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น ได้แก่ DELTA +6.49% ราคาหุ้นปรับขึ้นแรงหนุนจาก 1) ความกังวลวงจรดอกเบี้ยสหรัฐฯคลายลง หลังภาคแรงงานอ่อนแรง 2) AI CAPEX cycle ปี 2027F เร่งขึ้น +47%y-y vs prev. +31% สะท้อน Demand เร่งมาก ระยะสั้น แนะนำเก็งกำไร DELTA

STECON -5% ราคาปรับลงคาดกังวลกระแสข่าวรัฐคุมและเข้มงวดโครงการ Data Center กระทบการอนุมัติและการก่อสร้างฯ กระทบจิตวิทยาการลงทุนหุ้น STECON ซึ่งเป็นผู้รับเหมาฯ หลักที่นักลงทุนคาดว่าจะได้ประโยชน์จากงานก่อสร้าง Data Center มากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ราคาเป้าหมาย STECON ปี 2026 ที่ 20.60 บาท

THAI +2.61% ปัจจัยหนุนจาก 1.)ราคาหุ้นรับข่าวลบไปมากแล้วมองประเด็น Overhang จากการปลดล็อกหุ้นแปลงหนี้เป็นทุน (ต้นทุน 2.5452 บาท/หุ้น) กว่า 2 หมื่นล้านหุ้นเริ่มซื้อขายในวันที่ 4 ส.ค.26 สะท้อนไปในราคา 2.)คาดผลงาน 2Q26F ที่เป็นช่วง Peak ของสงคราม US-Iran ของ THAI ไม่แย่อย่างที่กังวล คาดมีกำไรปกติ 726 ล้านบาท(-89%y-y -92%q-q) และกำไรสุทธิ 1.6 พันล้านบาท (-87%y-y -84%q-q) ดีกว่าที่คาดก่อนหน้าว่าจะมีผลขาดทุนกว่า -5-6 พันล้านบาท นักวิเคราะห์ KSS เพิ่งเปลี่ยนคำแนะนำเป็น Buy (เดิม Neutral) และราคาเป้าหมาย 7.90 บาท

CPAXT -1.33% ปรับลงรับรายงานกำไร 2Q26 อ่อนตามคาด คือ กำไรปกติที่ 1.87 พันล้านบาท (-18% y-y, -33% q-q) จะอ่อนแอตามเราและตลาดคาด แต่เราเริ่มกังวลต่อ downside risk ของประมาณการกำไร จาก GPM 1H26 ที่ 14.1% ยังต่ำกว่าสมมติฐานทั้งปีที่ 14.3% ขณะที่กำไร 3Q26F มีแนวโน้มลดลง y-y ต่อ จากค่าใช้จ่ายที่ยังเพิ่มเร็วกว่ารายได้ ทั้ง last-mile การเตรียมเปิดสาขาในฟิลิปปินส์ และ Happitat คำแนะนำคือ คง Neutral, TP27F 16 บาท

5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่

DELTA ปิดที่ 279.00 บาท +17.00 บาท หรือ +6.49% มูลค่าการซื้อขาย 8,405.64 ล้านบาท
PTT ปิดที่ 38.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 5,600.87 ล้านบาท
BBL ปิดที่ 191.00 บาท -3.50 บาท หรือ -1.80% มูลค่าการซื้อขาย 2,646.21 ล้านบาท
GULF ปิดที่ 66.00 บาท -0.75 บาท หรือ -1.12% มูลค่าการซื้อขาย 2,319.01 ล้านบาท
KBANK ปิดที่ 248.00 บาท -2.00 บาท หรือ -0.80% มูลค่าการซื้อขาย 1,833.28 ล้านบาท

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–