HoonSmart.com>>บัวหลวง แนะ”ซื้อสะสมเมื่อย่อ”20 หุ้น Big Cap ทรงสวย GFPT เด่นกำไร 2Q26 จ่อโตเกินคาด ด้านกลุ่มรับเหมาฯ CK-STECON รับอานิสงส์เงินปันผล-ดีมานด์ Data Center ฟื้นตัว
บล.บัวหลวง รายงานว่า เมื่อวานหุ้นแบงก์ไทยเล่นไม่เลิก ทยอยเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้ง KTB KBANK TCAP TTB ขณะที่หุ้นแบงก์พักฐานหลังจากขึ้นไปทำจุดสูงสุดก่อนเพื่อนๆ อย่าง BBL SCB KKP TISCO BAYไม่ได้ถูกไล่ราคาตาม สะท้อนภาวะเลือกตัวหุ้นในกลุ่มมากขึ้นกว่าตอนแรกที่เขียวกันยกแผง
แม้ว่ากลยุทธ์จะแนะนำให้ขาย (หมู) แบงก์ไปก่อนหน้านี้ และไม่กล้าแนะนำให้ไล่ราคา ซึ่งยังยืนยันมุมมองกลยุทธ์เดิม แต่การบวกของหุ้นตัวแทนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร และหุ้น Big Cap ไม่เกิน 10-20 ตัวบน เช่น กลุ่ม ปตท. GULF+AIS ยืนยันว่าแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติยังคงอยู่กับเรา…
และปลายทางของการเล่นรอบ คือ ขึ้นย่อมมีลง แนะซื้อแล้วรอหน่อย รอจังหวะหุ้น Big Cap อันดับ 20 ลงมา มองว่ายังน่าเก็บสะสมเมื่อราคาสร้างฐาน แต่ต้องเลือกหุ้นที่โหนกระแส และรูปแบบราคาหุ้นจัดทรงสวยทางเทคนิค แนะมองงบการเงินไปข้างหน้า และต่อยอดด้วย
การอ่านทิศทางราคาหุ้น เช่น แนวโน้มราคายังเกาะเทรนด์ขาขึ้น อยู่บนเส้นแนวโน้มขาขึ้น
อาศัยการอ่านหรือกระแสข่าวล่วงหน้า แล้วทยอยเก็บหุ้น ยกตัวอย่าง เหตุความไม่สงบตะวันออกกลาง รัสเซีย-ยูเครน เช่น การโจมตีโรงกลั่น-โรงปิโตรเคมี ที่คาดว่าจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะช่วงก่อนวันหยุดเทศกาลสำคัญทางศาสนาอิสลามก่อนปลายเดือน ส.ค. นี้, การส่งสัญญาณของทรัมป์เพื่อสร้างอำนาจต่อรองระหว่างการเจรจา (ขู่โจมตี) หรือข่าวในประเทศ เช่น โอกาสการขยายมาตรการ “ไทยช่วยไทย” เป็นต้น
กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ แนะหุ้นใหญ่อิงตาม Fund Flow ต่างชาติ และเก็งกำไรลักษณะ Sector Rotation ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วง นอกจากนี้ หุ้นที่แนวโน้มกำไรดี และมี Earnings Revision ด้านบวกจากพื้นฐาน ยังคงเป็นกลุ่มหลักที่ถือยาวได้
หุ้นแนะนำวันนี้ GFPT: กำไรไตรมาส 2 มีแนวโน้มจะดีกว่าที่คาด ล่าสุด BLS Research ปรับตัวเลขคาดการณ์กำไร 2Q26 ขึ้น มองเห็น Scope of upside ราว 10-15% ในกำไรปีนี้ แนวรับ: 9.8 บาท แนวต้าน: 10.5 – 11 บาท จุด Stop Loss: 9.5 บาท
หันมามองปัจจัยพื้นฐานกลุ่ม Construction เชื่อว่าผ่านช่วงกำไร 2Q26 จะเป็น Reality Check Sector คาดกำไร 2Q26 ของกลุ่มรับเหมาฯ ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน จากการรับรู้รายได้ตาม Backlog เดิม เงินปันผล และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน
CK: เราคาดกำไรหลัก 677 ล้านบาท (-22% YoY, +106% QoQ) หนุนจากเงินปันผลรับจาก TTW และต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง หลังจากปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่ปีก่อน ขณะที่รายได้ก่อสร้างคาดอยู่ที่ 1.13 หมื่นล้านบาท (+5% YoY, -7% QoQ) จากการรับรู้รายได้โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีม่วงใต้ รถไฟทางคู่เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ และโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง โดย Gross Margin คาดทรงตัวที่ 7.4% สะท้อนว่าต้นทุนวัสดุก่อสร้างยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ ส่วนดอกเบี้ยจ่ายคาดลดลง 29% YoY และ 6% QoQ
STECON: เราคาดกำไรหลัก 883 ล้านบาท (+443% YoY, +356% QoQ) ทำจุดสูงสุดจากเงินปันผลรับจาก GULF เป็นปัจจัยหนุนสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากตัดรายการดังกล่าวออก ผลการดำเนินงานหลักยังฟื้นตัว โดย EBIT คาดเพิ่มขึ้น 44% YoY และ 36% QoQ จากการเร่งรับรู้รายได้โครงการภาคเอกชนและ Data Center ส่งผลให้รายได้คาดอยู่ที่ 9.2 พันล้านบาท (+5% YoY, +26% QoQ) ขณะที่ Gross Margin คาดอยู่ที่ 7.3% ใกล้เป้าหมายทั้งปีของบริษัทที่ 7% แม้ต้นทุน Logistics เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน
ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PBV ราว 1.0 เท่าสำหรับ CK และ 1.3 เท่าสำหรับ STECON สะท้อนว่าตลาดลดความกังวลต่อผลประกอบการไปแล้ว
ขณะที่ปัจจัยที่จะทำให้หุ้นไปต่อคือความคืบหน้าของงานประมูลจริงใน 2H26 ได้แก่ M5, M9, Double Deck, งานระบบสายสีม่วง และรถไฟทางคู่ ขณะที่รถไฟความเร็วสูงไทย–จีน เฟส 2 ถือเป็น Upside เพิ่มเติม (ยังแนะนำ ย่อซื้อสะสม)
