SCG CBM เร่งยกระดับแข่งขันธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สู่ Smart & Green หนุนรง. Q-CON สงขลา ฐานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน

HoonSmart.com>>”เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง” (SCG CBM) เร่งเสริมแข็งแกร่งธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างระยะยาว ยกระดับโรงงานด้วย Lean Automation-ใช้ Customer Insight ขับเคลื่อนนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด Smart and Green Manufacturing เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ส่งมอบสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้ ปักหมุดโรงงาน Q-CON สงขลา ฐานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน ผลิต “อิฐคนใต้” ที่แข็งแรง ประหยัดค่าไฟ รองรับดีมานด์ ขยายตลาดอาเซียน

นายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG CBM) เปิดเผยว่า กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย (SCG) มีธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง 3 บริษัท ปัจจุบันรวมเป็น 1 บริษัท คือ บริษัท SCG CBM ในการสร้างซินเนอร์จี (Synergy)ได้รวดเร็วและไปในทิศทางเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน  รองรับอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เข้าถึงลูกค้าและออกผลิจภัณฑ์จากพฤติกรรมลูกค้าที่หลากหลาย เทคโนโลยีที่เร่งการแข่งขัน และความท้าทายทางธุรกิจที่ซับซ้อนขึ้น

SCG CBM เร่งเสริมความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของธุรกิจ ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางหรือ Customer Centric, 2.บริหารพอร์ตสินค้าให้เหมาะสมกับลูกค้าที่มีความหลากหลาย(Portfolio Management) 3.ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operational Excellence) และ 4.เดินหน้าความยั่งยืนและขยายตลาดส่งออก (Sustainability & Export Expansion) เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ ที่ตรงโจทย์ลูกค้า และยังได้ลูกค้าใหม่ เปิดโอกาสเติบโตทั้งในประเทศ อาเซียน และตลาดศักยภาพอย่างภาคใต้

สิ่งสำคัญคือการบริหารพอร์ตสินค้าให้เหมาะสมกับลูกค้า เปลี่ยนความเข้าใจลูกค้าในแต่ละพื้นที่ให้เป็นสินค้าและบริการที่ใช่สำหรับตลาดนั้น ๆ เช่น ปูนซีเมนต์โครงสร้างเอสซีจีคาร์บอนต่ำสูตรปูนคนใต้ จากโรงงานปูนซีเมนต์ทุ่งสง และอิฐมวลเบาของ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ (Q-CON) จากโรงงานสงขลา ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงในพื้นที่ภาคใต้ ที่มีสภาพพื้นที่ติดน้ำทะเลแตกต่างจากภาคอื่น และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในพื้นที่

ด้าน Operational Excellence ธุรกิจได้เร่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและขยายการใช้เชื้อเพลิงทดแทน (AF/RE) ควบคู่การนำ Automation, AI และ R&D มาขับเคลื่อนการผลิต ยกระดับคุณภาพสินค้า ลดต้นทุน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกับเดินหน้าความยั่งยืนและขยายการส่งออก

ภายใต้แนวคิด Smart & Green Manufacturing โรงงาน Q-CON จังหวัดสงขลา เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการนำ Automation และ Digital Technology มายกระดับกระบวนการผลิต เพิ่มความแม่นยำ ลดความสูญเสีย และสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งหลังปี 2569 ความต้องการใช้ซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในประเทศ ขับเคลื่อนจากงานภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันยังใช้งบประมาณไม่ถึง 70% จะต้องเร่งใช้ให้หมดภายในเดือนก.ย.นี้ นอกจากนี้งบประมาณในปี 2570 มีการเพิ่มงบลงทุนด้วย จากเดิมคาดว่าจะทรงตัว นอกจากนี้ตลาดซ่อมแซมที่อยู่อาศัยยังเติบโตอยู่ แทนการสร้างบ้านใหม่ ในภาวะเศรษฐกิจยังไม่ดี แต่ความต้องการใช้ปูนและวัสดุก่อสร้างของภาคพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังคงลดลงเพราะการเปิดโครงการใหม่น้อยลง  มีเพียงการระบายโครงการเดิม

อย่างไรก็ตาม SCG CBM รายได้สามารถเติบโตได้จากธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงยอดขายในเวียดนามและอินโดนีเซีย โดยยังคงใช้กลยุทธ์ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผลิตสินค้าให้ตงตามความต้องการ ของลูกค้า B2B บางครั้งการใช้สินค้า พบปัญหาก็หาแนวทางแก้ไขร่วมกัน รวมถึงวางแผนและพัฒนาสินค้าด้วยกันกับลูกค้ารายใหญ่ ส่วนลูกค้ากลุ่ม B2C มีการผลิตสินค้าคุณภาพที่มีหลากหลายให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า
ที่มีความหลากหลาย

ทางด้านนายณรงค์เวทย์ วจนพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ หรือ Q-CON กล่าวว่า บริษัทฯเติบโตจากความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในงานก่อสร้าง นำ Customer Insight มาผสานกับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

Q-CON ผู้ผลิตอิฐมวลเบาในธุรกิจ SCG CBM เดินหน้ายกระดับโรงงาน Q-CON จังหวัดสงขลา สู่ฐานการผลิตอัจฉริยะภายใต้แนวคิด Smart and Green Manufacturing ด้วยระบบ Fully Automation ครบวงจรตั้งแต่การบริหารจัดการวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการจัดเรียงผลิตภัณฑ์ นับเป็นโรงงานผลิตอิฐมวลเบาอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน

โรงงานมีกำลังการผลิต 3.9 ล้านตารางเมตรต่อปี หรือมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30% รองรับการเติบโตของตลาดก่อสร้างภาคใต้และอาเซียน พร้อมยกระดับเป็นฐานการผลิตอัจฉริยะด้วยการนำ Automation, Digital Technology มาใช้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การบริหารจัดการวัตถุดิบการควบคุมการผลิตอัตโนมัติ การตัดและอบไอน้ำ ไปจนถึงแขนกลและระบบจัดเรียงสินค้าอัตโนมัติ รวมถึงการวิเคราะห์ความต้องการตลาดและซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความต่อเนื่อง และความแม่นยำของกระบวนการผลิต รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ Q-CON ยังขับเคลื่อน Green Manufacturing ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานตามแนวคิด Zero Waste และ Circular Economy รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ จึงพัฒนาอิฐมวลเบาให้เหมาะกับสภาพอากาศและการใช้งานในภาคใต้ ด้วยคอนกรีตซึ่งมีโครงสร้างฟองอากาศขนาดเล็กกระจายตัวสม่ำเสมอ ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่อาคาร ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้สูงสุดประมาณ 30% อีกทั้ง ผลิตภัณฑ์ยังได้รับฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Reduction) สะท้อนถึงกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์”

นายวิโรจน์ กล่าวปิดท้าย “การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจที่จะเติบโตได้ในระยะยาวต้องปรับตัวเร็ว สร้างความสามารถใหม่ และใช้เทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อน สำหรับ SCG CBM เรายึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหัวใจในการยกระดับการแข่งขัน ตั้งแต่การทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงการส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์จริง เราจึงเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างความพร้อม แข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง และเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าอย่างยั่งยืน”