ปักป้าย”IAA” 500 นักวิเคราะห์หุ้น แยกกูรูไร้ใบอนุญาต-ไลเซนส์ลอย

HoonSmart.com>> สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ออกตรารับรอง “IAA” นักวิเคราะห์ตัวจริงทำงานกับโบรกเกอร์  500 คน ออกจาก ฟินฟลูเอ็นเซอร์ ผู้ถือไลเซนส์ลอยนับพัน กูรูไร้ใบเซอร์เกลื่อน พร้อมล้อมกรอบ AI ให้ซีเนียร์เซ็นรับผิดชอบก่อนปล่อยงาน ห้ามใช้ประเมินมูลค่าหุ้นแทนคน ขยายการวิเคราะห์หุ้นกลาง-เล็กรอบใหม่ให้รางวัลจูงใจ ย้ำชัดหากพบอ้างชื่อชวนเข้ากลุ่มไลน์ ชวนเทรด ชวนโอนเงิน”มิจฉาชีพ”แน่นอน!

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) พร้อมด้วย นายเกษม พันธ์รัตนมาลา อุปนายกสมาคมฯ, นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมฯ, นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการสมาคมฯ และ นายกรภัทร วรเชษฐ์ กรรมการสมาคมฯ ร่วมกันแถลงทิศทางและแผนยกระดับ “นักวิเคราะห์ไทย สู่มาตรฐานใหม่” ผ่านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร คุณภาพ จริยธรรม ตลอดจนความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานวิชาชีพ และการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนและสาธารณชน เป็นการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญในรอบหลายปีเพื่อรับมือกับบริบทตลาดทุนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

โดยได้พัฒนาหลักสูตรอบรมในเชิงลึกเพื่อการต่ออายุใบอนุญาตนักวิเคราะห์การลงทุนที่ออกแบบให้ตอบโจทย์การทำงานของนักวิเคราะห์โดยเฉพาะครอบคลุมทั้งองค์ความรู้ด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์จริยธรรมวิชาชีพกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องตลอดจนประเด็นใหม่ที่ส่งผลต่อการประกอบวิชาชีพ เช่น การวิเคราะห์โครงสร้างตราสารหนี้ขั้นสูง การนำปัจจัย ESG มาประยุกต์ใช้ในการประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation) มาตรฐานการบัญชีใหม่

การใช้ Generative AI  เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ตุลาคม 2568 เมื่อนับถึงกรกฎาคม 2569 อบรมแล้วจำนวน 325 คนและลงทะเบียนล่วงหน้าอีก 100 คน ซึ่งในอดีตมักเป็นการจัดอบรมรวมกับเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน (IC) ทำให้เนื้อหาไม่ตรงกับความต้องการของนักวิเคราะห์

รวมถึงการพัฒนานักวิเคราะห์รุ่นใหม่ 34 คนภายใต้โครงการทุนอบรมหลักสูตรพัฒนาความรู้และทักษะด้านการสื่อสารต่อสาธารณชนและสื่อมวลชน เพื่อทดแทนนักวิเคราะห์ระดับอาวุโสที่ทยอยเกษียณอายุอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลัก ในการสื่อสารข้อมูลยาก ๆ ให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) กล่าวว่า การดำเนินงานมุ่งเน้นประเด็นหลักๆ ประกอบด้วย

ประกาศใช้เครื่องหมายรับรอง “IAA” การันตีมืออาชีพ ป้องกันการสับสนจาก Finfluencer จากสภาวะปัจจุบันที่มีผู้แสดงความคิดเห็นด้านการลงทุนบนสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมากจนเกิดความสับสน จึงประกาศใช้เครื่องหมายรับรอง “IAA” ต่อท้ายชื่อของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นำหน้าคุณวุฒิอื่นเสมอเพื่อเป็นตราสัญลักษณ์ยืนยันถึงมาตรฐาน คุณวุฒิ ประสบการณ์ และจริยธรรมที่ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง

เช่น IAA, CISA หรือ IAA, CFA เนื่องจากคำว่า IAA ถือเป็นมาตรฐานการรับรองขั้นสูงสุดที่ครอบคลุมทั้งการสอบผ่านคุณวุฒิวิชาชีพ (เช่น CISA หรือ CFA) การมีใบอนุญาตนักวิเคราะห์จาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต. ) ตลอดจนการมีประสบการณ์ทำงานจริงในฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านการตรวจสอบประวัติจริยธรรม

ปัจจุบันมีผู้ถือใบอนุญาตนักวิเคราะห์รวมนับพันคน แต่มีนักวิเคราะห์ที่ปฏิบัติงานจริงในบริษัทหลักทรัพย์เพียงประมาณ 500 คน ส่วนที่เหลือบางส่วนต่ออายุใบอนุญาตผ่านช่องทางของเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน (IC)

สมาคมฯ จึงจำเป็นต้องเข็นการใช้ตรา IAA เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถแยกแยะนักวิเคราะห์อาชีพสังกัดโบรกเกอร์ได้อย่างถูกต้องและชัดเจนที่สุด

สำหรับนักวิเคราะห์ที่ออกจากสังกัดโบรกเกอร์ไปแล้ว หากต้องการคงสถานะตรารับรอง IAA ยังคงสามารถสมัครเป็นสมาชิกบุคคลและต้องเข้ารับการอบรมพัฒนาความรู้ 15 ชั่วโมงทุก 2 ปีเพื่อต่ออายุตามเกณฑ์

ดังนั้น ผู้ถือใบอนุญาตนักวิเคราะห์ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมอบรม ให้เร่งติดต่อเข้ารับการอบรม เพื่อป้องกันไม่ให้ใบอนุญาตสิ้นสภาพ

สำหรับเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ใช้ตรา IAA ประกอบด้วย 4 ข้อหลัก ได้แก่

1.ต้องปฏิบัติงานในสังกัดบริษัทที่ได้รับอนุญาตเขียนบทวิเคราะห์มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี เพื่อให้ได้รับการถ่ายทอดทักษะและกลยุทธ์ตามระบบมืออาชีพ

2.มีใบอนุญาตนักวิเคราะห์จาก ก.ล.ต. ที่มีผลสมบูรณ์ และต้องได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในบริษัทหลักทรัพย์จริง โดยใบอนุญาตต้องไม่ขาดต่ออายุ

3.มีประสบการณ์ตรงในวงการโบรกเกอร์ <span;>มีประสบการณ์วิเคราะห์การลงทุนในบริษัทที่เป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ TFEX ไม่น้อยกว่า 1 ปี

4.ปลอดประวัติเสียหายทางจริยธรรม <span;>ไม่เคยโดนลงโทษหรือถูกกล่าวโทษเกี่ยวกับการทุจริตหรือทำผิดกฎหมายตลาดทุน

“สมาคมฯ ขอความร่วมมือให้สมาชิกนำสัญลักษณ์ IAA ไปใช้ทั้งในนามบัตร บทวิเคราะห์ และสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อให้นักลงทุนสามารถแยกแยะนักวิเคราะห์อาชีพออกจากผู้ให้ข้อมูลทั่วไปได้อย่างชัดเจน”นายสมบัติ กล่าว

คณะกรรมการสมาคมฯ และ ก.ล.ต. ได้ลงความเห็นร่วมกันอย่างชัดเจนว่า ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทในงานวิเคราะห์ไม่อนุญาตให้โยนความรับผิดชอบไปที่ AI หากเกิดข้อผิดพลาด โดยกำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำบทวิเคราะห์ใหม่ แม้จะสามารถนำ AI มาช่วยในการประมวลผลหรือรวบรวมข้อมูลได้ แต่ยังจำเป็นต้องใช้นักวิเคราะห์อาชีพระดับอาวุโส ๆที่มีวิจารณญาณและประสบการณ์สูง เป็นผู้ตรวจทาน ตรวจสอบความถูกต้อง สอนระบบ และลงนามรับรองเนื้อหาก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้กับบริษัทสมาชิกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

การนำ AI มาช่วยงานด้านวิเคราะห์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และสามารถผลิตงานวิเคราะห์ให้ครอบคลุมจำนวนหุ้นมากขึ้น โดยเตรียมผลักดันให้โบรกเกอร์ขยายการวิเคราะห์ไปสู่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่อยู่นอก IAA Consensus ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมราว 250 บริษัท โดยใช้ AI เข้ามาช่วยเพิ่มกำลังการผลิตงานวิเคราะห์

พร้อมทั้งเตรียมปรับไกด์ไลน์จำนวนหุ้นที่นักวิเคราะห์ 1 คนดูแล จากเดิมไม่เกิน 15 บริษัท ขึ้นเป็น 20 บริษัทหากมีการนำระบบ AI มาช่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ สมาคมฯ อยู่ระหว่างหารือกับ ก.ล.ต. และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อปรับเพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำในการจัดทำบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม (Full Report) ของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์ จากเดิม 30 ฉบับต่อปี เป็น 40 ฉบับต่อปี และได้เพิ่มรางวัลนักวิเคราะห์ยอดเยี่ยมหมวดการเพิ่ม Coverage หุ้นใหม่นอก Consensus อย่างน้อย 5 ตัวต่อค่าย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตข้อมูลวิเคราะห์ที่หลากหลายและครอบคลุมตลาดทุนไทยมากยิ่งขึ้น

สำหรับ บทวิเคราะห์ฉบับเต็ม (Full Report) จะต้องผ่านกระบวนการศึกษาอย่างทุ่มเท เช่น การเข้าร่วม Company Visit การแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานและโครงการในอนาคต การจัดทำประมาณการการเงินล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ปี การประเมินมูลค่าหุ้นด้วยทฤษฎีทางวิชาการที่ระบุชัดเจน รวมถึงการอัปเดตข้อมูลและคำแนะนำการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ เพื่อให้นักลงทุนรายใหม่และนักลงทุนทั่วไปสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินและเลือกใช้ข้อมูลบทวิเคราะห์ที่มีคุณภาพสูงต่อไป

เปิดตัวรางวัล “นักวิเคราะห์ขวัญใจสื่อ” ดึงสื่อมวลชนร่วมโหวตเฟ้นหา Role Model เพื่อส่งเสริมการสร้างคอนเทนต์การลงทุนที่มีคุณภาพและถูกต้องบนโลกออนไลน์ แข่งขันกับกระแส Finfluencer หรือข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ สมาคมฯ ได้เพิ่มหมวดรางวัลใหม่”นักวิเคราะห์ขวัญใจสื่อ”ในการประกาศรางวัลนักวิเคราะห์ยอดเยี่ยมประจำปี
รางวัลนี้จะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนด้านตลาดทุนเป็นผู้ลงคะแนนโหวต โดยสมาคมฯ ได้วางไกด์ไลน์ในการพิจารณา ได้แก่ ความถูกต้องของเนื้อหาที่สามารถอ้างอิงได้ ความรับผิดชอบต่อข้อมูล การอธิบายปัจจัยเสี่ยงอย่างสมเหตุสมผล การเปิดเผยส่วนได้เสียหรือพอร์ตการลงทุนอย่างชัดเจน และการไม่อวดอ้างผลงานเกินจริง เช่น การกล่าวอ้างเรื่อง Win Rate 90-100% เพื่อสร้างแบบอย่างที่ดีให้กับวงการ

กรณี ที่นักวิเคราะห์แต่ละโบรกเกอร์ มีความเห็นด้านราคาหุ้นที่ทำการวิเคราะห์มีความแตกต่างกันอย่างมาก ถึงระดับราคาที่เหมาะสม  เป็นผลม่จาก AI หรือไม่
สมาคมฯ ชี้แจงว่า แม้จะนำเทคโนโลยี AI มาช่วยรวบรวมข้อมูลเหมือนกัน แต่ AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยคัดกรองข่าว รวบรวมข้อมูลดิบ และช่วยสร้างแบบจำลองทางการเงิน (Financial Model) เพื่อประหยัดเวลา คุณค่าที่แท้จริงของนักวิเคราะห์ (Analyst Value) อยู่ที่”มุมมอง (View) ต่ออุตสาหกรรมและตัวบริษัท” และความแตกต่างในการประเมินมูลค่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามศาสตร์และศิลป์ของนักวิเคราะห์แต่ละคน

ยกตัวอย่าง กรณีศึกษาหุ้นเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Tesla สะท้อนภาพศาสตร์และศิลป์นี้ได้ชัดเจน ฝั่ง Bearish มองเน้นหนักที่ตัวเลขกำไรปัจจุบัน ทำให้เห็นว่า Valuation แพงเกินไป จึงให้คำแนะนำขายตลอดทาง
ฝั่ง Bullish มองข้ามช็อตไปยังเทคโนโลยีอนาคตและภาพรวมอุตสาหกรรม จึงกล้าให้ราคาพรีเมียมแม้ตัวเลขกำไรจะยังไม่มาก็ตาม

ความแตกต่างสุดโต่งนี้ไม่ได้เกิดจากข้อผิดพลาดของเครื่องมือ แต่เกิดจาก “View” ที่ต่างกัน ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ตลาดจะเป็นตัวตัดสินและบีบให้ราคาเข้าสู่จุดดุลยภาพเอง

สมาคมฯ ยืนยันหลักการอย่างหนักแน่น ว่า จะไม่อนุญาตให้ AI ตัดสินใจแทนมนุษย์ในเรื่องคำแนะนำการลงทุนหรือการเคาะราคา Fair Value โดยเด็ดขาด และทุกบทวิเคราะห์ที่ใช้ AI ช่วยจัดทำ จะต้องมีนักวิเคราะห์อาชีพระดับอาวุโส ลงนามรับรองความถูกต้องเสมอ ส่วนความเห็นที่แตกต่างกันในตลาดนั้น ท้ายที่สุดกลไกตลาด (Market Mechanism) จะเป็นตัวปรับเข้าสู่จุดดุลยภาพ Consensus เอง

อีกหนึ่งประเด็นร้อนคือภัยคุกคามจากมิจฉาชีพที่ใช้ AI สร้างภาพและเสียงปลอม (Deepfake) สวมรอยเป็นผู้บริหารและนักวิเคราะห์ชื่อดังเพื่อหลอกลวงนักลงทุน

สมาคมฯ ให้ข้อสังเกตแก่นักลงทุนเพื่อป้องกันความเสียหาย ว่า นักวิเคราะห์อาชีพทุกคนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลหลายชั้น (Internal Compliance, สมาคมนักวิเคราะห์ฯ และ ก.ล.ต.) นักวิเคราะห์ตัวจริงจะไม่มีวันชวนเข้ากลุ่มไลน์ลับ นำเทรด หรือให้โอนเงินลงทุนเข้าบัญชีบุคคลโดยเด็ดขาด

ทางสมาคมฯ และโบรกเกอร์ หมั่นประกาศเตือนภัยผ่านช่องทาง official เช่น เพจ Facebook หลัก รวมถึงดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แม้การกวาดล้างบนโลกออนไลน์ทำได้ยากก็ตาม

หากนักลงทุน พบเห็นบุคคลที่อ้างตัวเป็นนักวิเคราะห์ชักชวนลงทุน โอนเงิน หรือนำเทรด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนทันทีว่าเป็น “มิจฉาชีพ/ของเก๊” และขอให้ตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของบริษัทหลักทรัพย์หรือ IAA เท่านั้น

นายไพบูลย์ นายก สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์หลักของการเปิดตัวตราสัญลักษณ์รับรอง “IAA” ว่า สมาคมฯ ไม่ได้มีอำนาจหรือหน้าที่ในการลงโทษผู้ให้ข้อมูลการลงทุนภายนอก Finfluencer หรือกูรูอิสระแต่อย่างใด

หากแต่ต้องการยกระดับและแยกแยะบุคลากรที่เป็น “นักวิเคราะห์อาชีพ” สังกัดบริษัทหลักทรัพย์อย่างชัดเจน เพื่อให้นักลงทุนสามารถเลือกเสพข้อมูลได้อย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ เครื่องหมายรับรอง IAA ต่อท้ายชื่อ จะเป็นสัญลักษณ์ยืนยันว่าบุคคลนั้นเป็นนักวิเคราะห์ที่สังกัดบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงผ่านการอบรมพัฒนาความรู้และจริยธรรมตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ในระดับคุณภาพของการให้คำแนะนำ ส่วนการนำข้อมูลไปใช้นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักลงทุนแต่ละบุคคล โดยสมาคมฯ มุ่งหวังเพียงการสร้างมาตรฐานและทางเลือกที่น่าเชื่อถือให้แก่นักลงทุน