ตลาดหุ้นเอเชียลบ หุ้นกลุ่มชิปผันผวน 

HoonSmart.com>> ตลาดหุ้นเอเชีย ปรับตัวลดลง หุ้นกลุ่มชิปผันผวน ราคาน้ำมันดิบพุ่งเฉียด 4%

ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกวันนี้ ( 29 กรกฎาคม 2569) ส่วนใหญ่ปรับลดลง จากที่ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้า หลังจากเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในวันก่อนหน้า ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับระดับราคาหุ้น การแข่งขันที่ทวีความรุนแรง และการใช้จ่ายด้าน AI ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดก่อนที่จะมีการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และการตัดสินใจด้านนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
         
ในญี่ปุ่นตลาดหุ้นโตเกียว ปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังจากเปิดตลาดในแดนบวก โดยยังคงได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากการร่วงลงอย่างหนักในวันก่อนหน้า และเป็นผลมาจากสัญญาณที่ผสมผสานจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนที่ผ่านมา ทั้งนี้ ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวต่ำกว่าระดับ 62,350 จุด โดยการอ่อนตัวลงของหุ้นกลุ่มการเงินและเทคโนโลยีถูกชดเชยบางส่วนด้วยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์
         
ในเอเชียโดยรวมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีผันผวน โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เป็นกลุ่มที่นำการปรับตัว  หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนลบเมื่อคืนที่ผ่านมา
         
ในเกาหลีใต้ หุ้น SK Hynix ร่วงลงกว่า 10% แม้ทำสถิติสูงสุดทั้งในด้านกำไรและรายได้รายไตรมาสก็ตาม โดยกำไรรายไตรมาสจะพุ่งขึ้นถึง 557% แต่ก็ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้สูงมาก ด้าน Samsung Electronics ปรับตัวลดลงกว่า 4% ส่วน LG Innotek และ Seoul Semiconductor ร่วงลง 9% และกว่า 6% ตามลำดับ
         
หุ้นกลุ่มชิปของญี่ปุ่นก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดย Kioxia ผู้ผลิตหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ของญี่ปุ่นร่วงลง 10% และ Tokyo Electron ปรับตัวลดลง 8.5% ขณะที่ SoftBank Group ซึ่งถือเป็นหุ้นทางเลือกหลักในการลงทุนด้าน AI ผ่านการถือหุ้นในบริษัท Arm ก็ปรับตัวลดลงกว่า 7%
         
ดัชนี ChiNext 300 ของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ลดลง 1.83% ขณะที่ดัชนี Hang Seng China Semiconductor Chips Index ร่วงลงกว่า 5%
         
ส่วน TSMC ของไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้รับจ้างผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 1.32%
         
อย่างไรก็ตามคริส เวสตัน  หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone กล่าวว่า ภาพรวมยังคงเป็นการสับเปลี่ยนกลุ่มลงทุน (rotation) มากกว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
         
ด้านราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้า หลังจากเกิดเหตุโจมตีระลอกใหม่ในตะวันออกกลางซึ่งทำลายความสงบที่ดำเนินมาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยนักลงทุนต่างกังวลถึงผลกระทบที่ปริมาณอุปทานที่ลดลงอาจมีต่อระดับราคาและสถานการณ์ในตลาดโลก
         
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเด็นแรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะประกาศการตัดสินใจด้านนโยบายในวันพุธนี้ โดยคาดว่าเฟดน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม แม้มีผู้กำหนดนโยบายจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่แสดงความกังวลอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อก็ตาม
         
ณ  เวลา 10.09 น. ตามเวลาประเทศไทย
         
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 61,689.86 จุด ลดลง 675.06 จุด, -1.08%
         
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,788.578 จุด ลดลง 24.737 จุด, -0.65%
         
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,671.91 จุด เพิ่มขึ้น 361.06 จุด, +1.43%
          
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่  5,616.54 จุด ลดลง 407.12 จุด, -6.76%
          
ดัชนี TAIEX  ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 40,018.26 จุด ลดลง 1,585.1 จุด, -3.81%
         
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 3.09 ดอลลาร์หรือ 3.9% ซื้อขายที่  82.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 3.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ 3.92% ซื้อขายที่ 87.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล