HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว” ร่วงกว่า 4% “ตลาดหุ้นเอเชีย” ลบ แรงขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลดลงตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความคุ้มค่าในการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (28 กรกฎาคม 2569) ปรับลงดัชนีหุ้น Nikkei ร่วงลงกว่า 4% โดยหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลดลงตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความคุ้มค่าในการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ณ เวลา 10.00 น. ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวลดลง 2,701.42 จุด หรือ 4.16% จากระดับปิดเมื่อวันจันทร์ มาอยู่ที่ 62,229.77 จุด ส่วนดัชนี Topix ลดลง 118.82 จุด หรือ 2.92% มาอยู่ที่ 3,947.25 จุด
ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหลัก หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดได้แก่ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มโลหะนอกกลุ่มเหล็ก และกลุ่มเครื่องจักร
ณ เวลา 09.00 น.ตามเวลาญี่ปุ่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 163.77-79 เยน เทียบกับระดับ 163.70-80 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 163.52-53 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันจันทร์
ณ เวลา 9.39 น. ตามเวลาประเทศไทย
ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 62,091.69 จุด ลดลง 2,839.5 จุด, -4.37%
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปรับลงแทบทั่วภูมิภาค นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ด้วยแรงเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปรุนแรงขึ้น สืบเนื่องมาจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการทุ่มเม็ดเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หุ้น SK Hynix Inc. ยักษ์ใหญ่ด้านชิปของเอเชียร่วงลงถึง 11% และ Samsung Electronics Co. ปรับตัวลดลงมากถึง 9.5% ส่งผลให้ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญสำหรับการลงทุนในด้าน AI ปรับตัวลดลง 8% หุ้นทั้งสองบริษัทถือเป็นหุ้นที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดในดัชนี MSCI Asia Pacific ซึ่งลดลง 3%
หุ้นตัวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ก็เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักเช่นกัน โดย Samsung SDI ร่วงลงกว่า 8% และ Seoul Semiconductor ลดลงประมาณ 7%
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของญี่ปุ่นก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดย Tokyo Electron ร่วงลงกว่า 10% และ Advantest ลดลง 10.25% ส่วน SoftBank Group ซึ่งเป็นบริษัทที่สะท้อนภาพการลงทุนใน AI ผ่านการถือหุ้นใน Arm ก็ปรับตัวลดลง 6% ทางด้านหุ้นของ Kioxia ผู้ผลิตหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ของญี่ปุ่นดิ่งลงกว่า 17% ส่วน TSMC ของไต้หวันปรับตัวลดลงกว่า 2%
ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี ได้ใช้กลไกระงับการซื้อขายชั่วคราว (circuit breakers) กับดัชนี Kospi โดยระงับการซื้อขายเป็นเวลา 20 นาที หลังจากดัชนีร่วงลง 8% หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ใช้กลไกขาย (sell-sidecar) กับดัชนี Kospi ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าวันอังคาร ซึ่งระงับการซื้อขายโปรแกรมชั่วคราวเป็นเวลา 5 นาที
นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว นักลงทุนยังต้องเผชิญกับเหตุการณ์เสี่ยงมากมายในสัปดาห์นี้ ทั้งการตัดสินใจด้านนโยบายจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารแห่งญี่ปุ่น และธนาคารแห่งอังกฤษ รวมถึงผลประกอบการจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
Citadel Securities คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ผิดคาดและช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประธานเฟดเควิน วอร์ช ในการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งแฟรงค์ ไฟล์ท หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์มหภาคของบริษัทระบุในบทวิเคราะห์ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันพุธจะช่วยตอกย้ำคำมั่นของวอร์ช ที่ยืนยันมาโดยตลอดว่าจะฟื้นฟูเสถียรภาพด้านราคา อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับทุกความเคลื่อนไหวด้านนโยบายอีกต่อไป
ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,822.496 จุด ลดลง 35.749 จุด, -0.93%
ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,355.17 จุด เพิ่มขึ้น 147.99 จุด, +0.59%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 6,172.43 จุด ลดลง 583.32 จุด, -8.63%
ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 41,981.66 จุด ลดลง 1,652.53 จุด, -3.79%
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนกันยายนลดลง 1.36 ดอลลาร์หรือ 1.65% ซื้อขายที่ 81.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 1.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ 1.45% ซื้อขายที่ 87.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–

