“คิงส์ฟอร์ด” แนะซื้อเก็งกำไร 4 กลุ่มรับน้ำมันลง สงครามยุติยิงชั่วคราว

HoonSmart.com>>บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับ SET วันนี้ 1,630 – 1,640 จุด แนวต้าน 1,650 – 1,660 จุด คาดดัชนีมีแนวโน้มฟื้นตัว หลังสหรัฐ – อิหร่านประกาศยุติยิงชั่วคราว น้ำมันลดลง ด้าน DELTA กำไรต่ำกว่าคาดถ่วง SET ติดตามประชุมเฟด 29 ก.ค.นี้ ตลาดคาคงดอกเบี้ย แนะนำซื้อเก็งกำไรกลุ่มขนส่ง, ท่องเที่ยว, ค้าปลีก และ รพ. พร้อมเสิร์ฟหุ้นวันนี้ชู SCGD, เก็งกำไร IVL

บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,630 – 1,640 จุด แนวต้าน 1,650 – 1,660 จุด คาดดัชนีมีแนวโน้มฟื้นตัว หลังสหรัฐ – อิหร่านประกาศยุติยิงชั่วคราว และรอการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่ม Real Sector แนะนำซื้อเก็งกำไรกลุ่มขนส่ง, ท่องเที่ยว, ค้าปลีก และ รพ. เช่น AOT, MINT, CENTEL, ERW, BH, BDMS, CPALL, BJC, HMPRO (กำไร Q2/69 +YoY, +QoQ) ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง

DELTA ประกาศงบวันศุกร์ที่ผ่านมามีกำไร 6.0 พันล้านบาท -33% QoQ, +31% YoY ต่ำกว่า Consensus คาดถึง -31% สาเหตุมาจากกำไรขั้นต้นชะลอตัว YoY จากภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ กอปรกับค่าสิทธิจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากใช้เทคโนโลยีของบริษัทแม่ในไต้หวัน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการขายในส่วนของภาษีศุลกากรของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจากกำไรที่ต่ำกว่าคาด อาจจะส่งผลลบด้านลบต่อดัชนี SET เช้านี้ แต่คาดเม็ดเงินมีแนวโน้มสลับเข้ากลุ่ม Value & Dividend Play หลังสหรัฐประกาศยุติยิงชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเข้านี้ -4.0% ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว, ขนส่ง, ค้าปลีก และ รพ. ที่ได้ประโยชน์จากราคาต้นทุนพลังงานที่ลดลง และแนวโน้นฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สัปดาห์นี้ติดตามการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่ม Real Sector เช่น HMPRO, ITC, PTTEP

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปิดวันศุกร์ DJIA +0.46%, S&P500 +0.05%, Nasdaq -0.64% ได้แรงหนุนจากกลุ่มวัสดุ +1.44% จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มกระดาษและบรรจุภัณฑ์ ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยี -0.88% จากแรงขายหุ้นกลุ่มชิป สถานการณ์ในตะวันออกกลางล่าสุด สหรัฐ – อิหร่านประกาศยุติการยิงโจมตีชั่วคราว ระหว่างรอการเจรจารอบใหม่

ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ ผลการประชุมเฟดวันที่ 29 ก.ค. ซึ่งตลาดคาดยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75%, US GDP Q2/69 , US PCE มิ.ย. และการรายงานงบของ MSFT, Meta Platform, Apple, Amazon

หุ้นแนะนำ IVL (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 27.50 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 2Q69 พลิกกลับมาเป็นกำไร ฟื้นตัวทั้งผลการดำเนินงานหลักและการบันทึกกำไรจาก Inventory gain มีปัจจัยหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจ Combined PET เป็นช่วง high season และได้ประโยชน์เต็มที่จากราคาขายที่มี lag-time ทั้งนี้ตลาดคาดการณ์ปี 69 พลิกเป็นกำไรสุทธิ 6.8 พันล้านบาท จากปี 68 ที่ขาดทุน 7.3 พันล้านบาท และปี 70 อยู่ที่ 8.4 พันล้านบาท +24$YoY

หุ้น SCGD (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 6.61บาท) การดำเนินงานในช่วง 2Q69 ที่ผ่านมา หากตัดรายการพิเศษลบที่เกิดจากควบรวมโรงงานในไทย 4 แห่งให้เหลือ 2แห่ง กำไรปกติจะอยู่ที่ 268 ลบ. +2%YoY +16%QoQ มีแรงหนุนจากยอดขายในต่างประเทศ(ไม่รวมผลกระทบจากบาทแข็ง) รวมถึงได้ปัจจัยบวกจากมาร์จิ้นที่แข็งแกร่งตาม U-Rate ที่สูง การปรับขึ้นราคาขาย และสัดส่วนสินค้า High Value Addded ที่สูงขึ้น

ส่วนการดำเนินงานในระยะถัดไป แม้จะมีแรงกดดันจากตลาดในไทยที่ยังคงซบเซา แต่จะพอ Offset ได้บ้างจาก Operation ในเวียดนาม ขณะที่การควบรวมโรงงานในไทย 4 แห่งให้เหลือ 2 แห่ง คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้เฉลี่ยปีละ 380 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นผลในปี70

ปัจจุบันตลาดคาดว่าในปี 69 และ 70 กำไรสุทธิของ SCGD* จะอยู่ที่ 761 ล้านบาท (-18%YoY) และ 1,183 ล้านบาท (+55%YoY) ในเชิง Valuation ยังดูน่าสนใจ โดยอิงจาก Consensus ปี69 Forward PEที่ 13x, PBV ที่ 0.5x และ Dividend Yield ที่ 5%

 
 
 
 
 
 
———————————————————————————————————————————————————–