HoonSmart.com>>”เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ฯ” (DELTA)เปิดไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิ 6,074.60 ล้านบาท ดีขึ้น 31%เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หดตัวจากไตรมาสแรกถึง 33% กำไรขั้นต้นลดลง 10.3%จากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น แถมยังขาดแคลน ต้องตั้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น สัญญาเร่งบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานน่าจะคลี่คลายในไตรมาส 3 บอร์ดอนุมัติตั้งโรงงานใหม่แทนที่เดิมในนิคมฯบางปู คาดใช้งบลงทุน 3,200 ล้านบาท เสร็จไตรมาส 4/71 เพิ่มกำลังผลิต-ประสิทธิภาพดีขึ้น
บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 2/2569 มีกำไรสุทธิ 6,074.60 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 0.49 บาท เพิ่มขึ้น 31.3% เทียบกับกำไรสุทธิ 4,629.06 ล้านบาท หรือ 0.37 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน(YoY) แต่หดตัวแรงถึง 33.1% จากไตรมาสแรก ที่มีกำไรสุทธิ 9,081.17 ล้านบาท(QoQ) โดยรวม 6 เดือนแรกปีนี้ กำไรสุทธิ 15,155.77 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 1.22 บาท เพิ่มขึ้น 49.80% เทียบกับกำไรสุทธิ 10,117.18 ล้านบาท หรือ 0.81 บาทต่อหุ้น
ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯมีรายได้จากการขายจำนวน 65,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและปรับตัวดีขึ้น 6.2% จากไตรมาสที่แล้ว โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในสายธุรกิจเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ยังคงมีโมเมนตัมการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง หนุนโดยอุปสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เกิดจากการนำ AI ไปใช้งานในวงกว้างก่อให้เกิดการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อการประมวลผลสมรรถนะสูง
ส่วนกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.2%YoY แต่กลับลดลง 10.3% ที่ทำได้จำนวน 19,466 ล้านบาทในไตรมาสแรกปีนี้ โดยบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้เกิดอุปสรรคในการขับเคลื่อนแผนการผลิต ส่งผลถึงปริมาณสินค้าคงคลังที่ไม่สมดุลจากการผลิตและส่งมอบให้กับลูกค้าได้ไม่เต็มที่
“ภาพรวมอัตรากำไรในไตรมาสที่ 2 มีปัจจัยกดดันจากราคาต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และมีการตั้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มเติม รวมถึงสัดส่วนการขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์มีอัตรากำไรต่างจากไตรมาสก่อน บริษัทฯ เร่งบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อบรรเทาสถานการณ์ คาดว่าจะมีแนวโน้มคลี่คลายในไตรมาสถัดไป”บริษัท DELTA ระบุ
บริษัทฯ ได้เร่งขยายกำลังการผลิต และเปิดใช้งานอาคารโรงงานใหม่สองแห่งที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูในไตรมาสที่ 2/2569 เพื่อรองรับแนวโน้มรายได้ขาขึ้น พร้อมคงมุมมองธุรกิจเชิงบวกบนหลักความระมัดระวังเพื่อสร้างเสถียรภาพในการดำเนินงาน ภายใต้ปัจจัยมหภาคที่กดดันห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อ และราคาพลังงาน
ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) มีจำนวน 11,354 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% จากไตรมาสที่แล้ว และปรับตัวสูงขึ้น 88.8% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุจากค่าสิทธิจ่ายเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับการผลิตและแนวโน้มการขายสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีจากสิทธิบัตรของบริษัทแม่ในไต้หวัน นอกจากนี้บริษัทฯ มีบันทึกค่าใช้จ่ายด้านการขายในส่วนภาษีศุลกากรภายใต้การเรียกเก็บของรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้บริษัทฯ เกิดค่าใช้จ่ายอากรเพื่อส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลงร่วมกันในการเรียกเก็บคืนจากลูกค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งปรับตัวสูงขึ้น เพื่อรองรับการผลิตและส่งมอบสินค้าปริมาณสูงตามความต้องการของลูกค้า
ทางด้านคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่แทนโรงงานที่มีอยู่เดิมในนิคมฯ บางปู จ.สมุทรปราการ ที่มีข้อจำกัดในการขยายกำลังการผลิตและใช้งานมายาวนาน คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 3,200 ล้านบาท จะเริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 4/2569 และจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4/2571 เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยใช้เงินหมุนเวียนจากการดำเนินงานของบริษัทฯ
ราคาหุ้น DELTA ปิดที่ 307 บาท ลดลง 3 บาท หรือ -0.97% มูลค่าการซื้อขายรวม 4,055.71 ล้านบาท วันที่ 24 ก.ค.2569
